เอ.เอ. มิลน์
A. A. Milne
ค.ศ. 1882-1956
พ.ศ. 2425-2499
นักเขียนชาวอังกฤษซึ่งมีฝีมือทั้งด้านงานร้อยแก้วและร้อยกรอง รวมทั้งการเขียนบทละคร แต่ชื่อเสียงของงานทั้งหมดของเขากลับถูกกลบด้วยนิทานสำหรับเด็กชุด Winnie the Pooh
นิทานชุดเจ้าหมีวินนี่ เดอะ พูห์ และสหาย ซึ่งเอ.เอ. มิลน์ใช้ตุ๊กตานุ่มนิ่มรูปสัตว์ต่างๆ ของ ‘คริสโตเฟอร์ โรบินส์’ บุตรชายคนเดียว สร้างเป็นเรื่องราวขึ้นมา ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในวรรณกรรมเยาวชนที่สนุก ขบขัน แต่เปี่ยมด้วยปรัชญาในการดำรงชีวิต จึงตรึงใจเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลกมาเกือบร้อยปี
วันเยาว์…
หนูน้อยอเลนเป็นความภาคภูมิใจของพ่อเหนือลูกคนอื่นๆ
เดวิดและเคน พี่ชายสองคนของอเลนล้วนเป็นเด็กหน้าตาน่ารักและเฉลียวฉลาดไม่น้อย แต่ก็ยังเป็นรองอเลนซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องอยู่ดี
ทั้งสามพี่น้องอายุไล่เรียงกัน เวลาเมื่อพ่อสอนหนังสือให้พี่ชายคนโต เคนและอเลนซึ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ ก็จะฟังไปด้วย
เมื่ออเลนอายุไม่ถึงสามขวบ เขาก็สามารถผสมคำได้ดีกว่าพี่ๆ แล้ว พ่อจึงเอ็นดูลูกเล็กเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่พยายามไม่ให้ดูว่ารักลูกไม่เท่ากัน
ช่วยไม่ได้เลยที่พี่ๆ จะรู้สึกว่าพ่อเห่อความสามารถพิเศษของน้อง
อเลนและพี่ๆ เติบโตขึ้นในโรงเรียนประจำที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงของลอนดอน ที่พ่อเป็นครูใหญ่อยู่
ในสมัยโน้นอังกฤษให้การศึกษาฟรีแค่ชั้นประถม จึงมีโรงเรียนมัธยมเปิดขึ้นมากมายเพื่อรองรับเด็กๆ ที่พ่อแม่ต้องการให้มีการศึกษาสูงขึ้นไป
โรงเรียนของพ่อเป็นสวรรค์ เมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่นๆ ในอังกฤษ ซึ่งเข้มงวด และมีวิธีการทำโทษเด็กๆ อย่างน่ากลัว มิหนำซ้ำยังมีสภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างทารุณ
แต่โรงเรียน Huntley House ของพ่อมีความเป็นอยู่ค่อนข้างสุขสบาย ครูใจดีมีเมตตา แถมยังมีกฎห้ามตีเด็ก ซึ่งทำให้ต่างจากโรงเรียนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง
อเลนจึงเติบโตขึ้นท่ามกลางความรัก มิตรภาพ และเสียงหัวเราะ
พ่อของอเลนมีความเห็นว่า โรงเรียนไม่ใช่สถานที่ ‘ขาย’ ความรู้ แต่ควรเป็นที่ให้ความสุขแก่เด็กๆ และสอนให้เด็กๆ รู้จักคิดมากกว่าที่จะแค่ท่องบทเรียนเป็นนกแก้วนกขุนทอง
เพราะอย่างนี้โรงเรียนของพ่อจึงไม่ได้มีรายได้มากนัก พ่อไม่ร่ำรวย แม้จะมีเกียรติและมีคนนับถือมากมาย
แม่ซึ่งเป็นครูเหมือนกัน มีอิทธิพลต่ออเลนและพี่ๆ น้อยมาก แม่เป็นคนใจเย็น แต่มีนิสัยเงียบๆ ต่างจากพ่อซึ่งสนุกสนาน ชอบเล่นกับลูกๆ ให้ทั้งความใกล้ชิดและเวลาอย่างเหลือเฟือ
และเพราะพ่อนี่เอง อเลนและพี่ๆ จึงเป็นเด็กรักการอ่าน รักธรรมชาติ รักสัตว์ มองชีวิตผ่านความสดใสและอารมณ์ขันเป็นพื้นฐาน
ตั้งแต่เล็ก อเลนเฝ้ารอเวลาที่จะได้เข้าโรงเรียนของพ่อ เขาเฝ้ามองนักเรียนโตๆ และมีโอกาสได้ฟังการสอน ฟังบทเรียนต่างๆ ขณะที่เล่นซนอยู่รอบๆ ตึกเรียน
เมื่อโตพอได้เข้าโรงเรียนของพ่อ อเลนจึงมีความสุขที่สุด และเรียนอย่างสนุกสนาน ผลการเรียนจึงดีอย่างคงเส้นคงวา
หนังสือเด็กเรื่องท่านลอร์ดน้อยฟอนเทิลรอย (Little Lord Fauntleroy) เป็นหนังสือยอดนิยมในสมัยที่อเลนยังเป็นเด็ก แม่จับลูกๆ ไว้ผมยาว ใส่เสื้อชุดกำมะหยี่ที่มีปกเป็นลูกไม้เหมือนท่านลอร์ดน้อยในหนังสือ เหมือนกับเด็กๆ อีกในหลายๆ ครอบครัวสมัยนั้น
อเลนซึ่งเป็นเด็กช่างสังเกต รู้สึกถึงความสำคัญของ ‘วรรณกรรมเยาวชน’ อย่างฝังใจ
ในโรงเรียนของพ่อ อเลนมีโอกาสได้พบครูดีๆ รวมทั้ง H.G. Wells (ค.ศ. 1866-1946) ซึ่งต่อมากลายเป็นนักประพันธ์มีชื่อเสียง จากหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง The Time Machine และ The War of the Worlds
ครูคนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อเลนมุ่งมั่นจะเป็นนักเขียนเมื่อเติบโตขึ้น ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขามีความพิเศษในทางคณิตศาสตร์
ความเก่งคณิตศาสตร์ทำให้อเลนได้ทุนเข้าโรงเรียนชั้นยอดชื่อ Westminster ทั้งๆ ที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ก็สามารถสอบชนะนักเรียนที่โตกว่าได้
ถึงกระนั้น อเลนก็ไม่ได้รักคณิตศาสตร์มากไปกว่าวรรณคดี
ความรักวรรณคดีทำให้เขากลายเป็น ‘ขโมย’
โรงเรียนซึ่งมีห้องสมุดชั้นเยี่ยม อนุญาตให้นักเรียนอ่านหนังสือในห้องสมุด แต่ไม่ให้นำออกไป ทุกวันศุกร์ อเลนจะแอบหยิบหนังสือซ่อนมาในเสื้อโค้ต รีบอ่านให้เสร็จในวันสุดสัปดาห์ ก่อนจะแอบนำไปคืนในวันจันทร์
ยิ่งอ่านวรรณคดีมากเท่าไร อเลนก็ยิ่งโน้มเอียงไปในทางวรรณคดีมากขึ้นเท่านั้น เขาให้ความสำคัญในการเป็น ‘ดาว’ ทางคณิตศาสตร์น้อยลงทุกที แม้ในยามที่ก้าวไปสู่ความเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
พ่อของอเลนย้ำเสมอว่า ความฉลาด ความเรียนเก่งไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด เพราะเป็นรอง wisdom คือความรู้คิดที่ทำให้สุขุม รอบคอบ รู้จักไตร่ตรอง สามารถมองชีวิตได้ในแง่มุมที่ถูกต้อง เป็นจริง และกว้างไกล
คำสอนของพ่อฝังใจ
หนูน้อยอเลนจึงเติบโตขึ้นเป็น Alan Alexander Milne หรือ A. A. Milne ซึ่งจะให้ทั้งความสุขและ wisdom ผ่านความน่ารักของตัวละครในวินนี่ เดอะ พูห์ มาสู่นักอ่านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตราบจนทุกวันนี้