อับราฮัม ลินคอล์น
Abraham Lincoln
ค.ศ. 1809–1865
พ.ศ. 2352–2408
ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา มีชื่อเสียงก้องโลกในฐานะผู้เลิกทาส
แต่ก่อนจะทำสำเร็จก็เกิดสงครามกลางเมือง ซึ่งสหรัฐฯ แบ่งแยกออกเป็นฝ่ายเหนือและใต้ (พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เคยแสดงพระประสงค์จะส่งช้างไทยไปช่วยกองทัพฝ่ายเหนือของลินคอล์นในการรบ)
เมื่อได้ชัยชนะแล้วไม่นาน ประธานาธิบดีที่ได้ชื่อว่าเป็นคนซื่อสัตย์และชาญฉลาดผู้นี้ ก็เสียชีวิตจากการถูกลอบสังหารโดยผู้ที่นิยมการมีทาส
วันเยาว์…
เขาอยู่ในกระท่อมเล็กๆ ที่ทำจากเปลือกไม้กับพ่อแม่ ห่างไกลจากเมืองใหญ่และความเจริญทั้งมวลของสหรัฐอเมริกา
เด็กชาย ‘เอ็บ’ มีชื่อจริงว่า ‘อับราฮัม’ แปลว่า บิดาแห่งมวลชน หรือ บิดาของแผ่นดิน ตามชื่อของปู่ซึ่งถูกอินเดียนแดงฆ่าตาย ขณะที่หักร้างถางพงอยู่ในป่ารัฐเคนตักกี้
พ่อผู้ไร้การศึกษาของเขามีบุคลิกแข็งกระด้างและเป็นคนดุ ต่างจากแม่ซึ่งอ่อนโยนและมีการศึกษา เธออ่านออกเขียนคล่อง ต่างกันกับผู้หญิงชนบทส่วนใหญ่ในยุคเดียวกัน
เอ็บรักแม่ของเขามาก นอกจากจะใจดีแล้ว แม่ยังเห็นความสำคัญของการศึกษา หนูเอ็บอ่านเขียนได้รวดเร็วเพราะแม่สอน เขามีความจำเป็นเยี่ยม อ่านหนังสือคล่องตั้งแต่อายุยังน้อย ถ่านและแผ่นไม้คืออุปกรณ์ที่แม่ใช้ให้เขาหัดเขียนหนังสือ
แต่เมื่อเอ็บอายุได้เพียงแปดขวบ แม่ก็จากโลกนี้ไป ทิ้งให้เขากับน้องสาวอยู่กับพ่อซึ่งเป็นคนเคร่งเครียด และเห็นการทุบตีลูกเป็นเรื่องธรรมดา
อีกไม่นาน พ่อก็แต่งงานใหม่เพื่อหาคนมาช่วยเลี้ยงลูก ซาร่าแม่เลี้ยงของเอ็บมีลูกติดมาสามคน แต่ไม่ได้เป็นแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างในนิทาน หากเสมือนตัวแทนแม่แท้ๆ ราวกับสวรรค์ส่งลงมา เพราะเธอเมตตาลูกเลี้ยงทั้งสองราวกับเป็นลูกในไส้ของตนเอง
เธอเคยเขียนจดหมายบอกญาติว่า
“เอ็บเป็นเด็กดีที่สุดตั้งแต่ฉันเคยเห็นมา ซื่อสัตย์ ไม่เคยพูดปดเลย แถมยังเป็นเด็กขยัน ไม่เคยเลี่ยงงานอีกด้วย”
ซาร่าชอบที่เอ็บรักการอ่านเขียน จึงช่วยสอนเพิ่มเติมให้เท่าที่จะทำได้ตามความรู้ของเธอ
เอ็บอ่านคัมภีร์ไบเบิ้ลซ้ำแล้วซ้ำอีกจนขึ้นใจ เพราะเป็นหนังสือเล่มเดียวที่มีในบ้าน เมื่อได้เป็นประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์นได้ชื่อว่าเป็นนักพูดที่มาคารมคมคาย เขาบอกใครๆ ว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณสุภาษิตและพังเพยต่างๆ ที่จำมาจากคัมภีร์
สมัยเมื่อเกือบ 200 ปีมาแล้ว หนังสือยังเป็นของราคาแพงและหายาก เมื่อใดเอ็บได้ยินว่าใครมีหนังสือใหม่ เขาจะไปขออ่าน ไม่ว่าจะต้องเดินไกลสักกี่กิโลเอ็บก็ไม่ย่อท้อ เช่นเดียวกันกับการเดินไปโรงเรียนซึ่งอยู่ห่างจากบ้านมาก
แต่เอ็บผู้ใฝ่เรียนไม่ได้เข้าชั้นเรียนบ่อยนัก เพราะพ่อสั่งให้อยู่ช่วยทำงานที่ไร่ นับวันรวมๆ แล้ว ทั้งชีวิตเอ็บมีโอกาสเข้าห้องเรียนเพียงปีการศึกษาเดียว แต่เขาก็พยายามเรียนด้วยตัวเองโดยการอ่านหนังสือทุกชนิดเท่าที่จะหาได้ รวมทั้งหนังสือวิชากฎหมายที่เขาจะได้ใช้สอบและประกอบอาชีพทนายในอนาคตด้วย
พ่อของเอ็บไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา เขาเซ็นชื่อตัวเองยังไม่ค่อยคล่องด้วยซ้ำ จึงออกจะหมั่นไส้พวกคนมีความรู้ เขาอยากให้ลูกชายอยู่ช่วยทำไร่มากกว่าที่จะไปเรียนหนังสือ เอ็บนั้นรู้สึกว่าพ่อเป็นคนไม่ใฝ่ดี ไม่มีความคิดก้าวไกล เขาตั้งปณิธานว่าจะเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับพ่อทุกอย่าง
แต่สิ่งที่เอ็บเกลียดที่สุด คือการที่พ่อทุบตีเขา แบบเดียวกับที่คนขาวในยุคนั้นทารุณต่อทาสผิวดำ เขาจึงมีความเห็นใจพวกทาสอย่างมาก ความคิดนี้จะฝังใจไปตลอด และทำให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีที่จะประกาศเลิกทาสในสหรัฐฯ
เอ็บอยู่ช่วยพ่อทำไร่จนอายุครบ 21 ตามกฏหมายของสหรัฐฯ ในยุคบุกเบิก จากนั้นเขาก็ทิ้งบ้านไปแสวงหาความรู้และอาชีพตามใจชอบ ในระยะนั้นเขาเรียกตัวเองว่าเป็นประดุจ ‘ขอนลอย’ หรือ drifting wood
ในเส้นทางชีวิต อับราฮัม ลินคอล์นจะทำให้ผู้ที่สัมผัสเขาได้รู้ซึ้งถึงความซื่อสัตย์ อดทน และความเฉลียวฉลาดที่แทรกด้วยอารมณ์ขัน มากพอที่จะทำให้คนอเมริกันตัดสินใจเลือกลูกบ้านนอกที่มีสมญานามว่า ‘เอ็บผู้ซื่อสัตย์’ หรือ Honest Abe คนนี้เข้าสู่ทำเนียบขาว แทนที่จะเลือกคู่แข่งของเขาซึ่งเป็นคนร่ำรวย และสูงกว่าทั้งตระกูลและการศึกษา
‘ขอนลอย’ ท่อนนี้กลายเป็นประธานาธิบดีที่มีบุญคุณกับสหรัฐอเมริกามากที่สุด เขาเลิกทาส และทำให้สหรัฐฯ รวมตัวเป็นประเทศที่มั่งคั่งไพศาล โดยไม่แตกออกเป็นดินแดนเล็กดินแดนน้อยจากสงครามกลางเมือง ไม่เป็น ‘House Divided’ หรือบ้านแตก ตามพังเพยจากคัมภีร์ไบเบิ้ลที่เขานำมาใช้เป็นชื่อสุนทรพจน์ ซึ่งกระตุ้นให้คนในชาติ—ทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้—ให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกัน
เช่นกันกับปู่ซึ่งมีนามเดียวกับเขา อับราฮัม ลินคอล์น เสียชีวิตลงด้วยลูกปืนจากการลอบสังหาร