อกาธา คริสตี้
Agatha Christie
(Dame Agatha Mary Clarissa)
ค.ศ. 1890-1976
พ.ศ. 2433-2519
ท่านผู้หญิงอกาธาแห่งสหราชอาณาจักร ตำแหน่งที่ได้รับสถาปนาจากทางการ
แต่ตำแหน่งที่ได้มาด้วยความสามารถของตนเองคือ Queen of Crime หรือ ‘ราชินีแห่งอาชญากรรม’ ตำแหน่งที่ผู้อ่านรอบโลกมอบให้ด้วยความยินดี
เธอเป็นนักเขียนนิยายสืบสวนอาชญากรรมมือหนึ่งของโลก ยอดขายหนังสือของเธอเป็นรองแต่มหากวีเช็คสเปียร์และพระคัมภีร์ไบเบิ้ลเท่านั้น ทุกวันนี้ยังไม่มีนักเขียนคนใดทำยอดขายหนังสือได้เหนือกว่าเธอ
นอกจากผลงานยอดเยี่ยมอย่าง The Murder of Roger Ackroyd หรือ The Pale Horse แล้ว บทละครเรื่อง ‘กับดักหนู’ หรือ Mousetrap ของเธอยังกลายเป็นละครที่แสดงติดต่อกันยาวนานที่สุดในโลก คือนับตั้งแต่ ค.ศ. 1952 มาจนถึงปัจจุบัน
ตัวละครที่มีชื่อเสียงที่สุดจากหนังสือของอกาธา คริสตี้ คือ เฮอร์คูล ปัวโรต์ นักสืบชาวเบลเยี่ยม และสาวแก่ชื่อมิสเจน มาร์เปิ้ล ซึ่งสืบเก่งไม่แพ้ปัวโรต์
ในวัยเด็ก…
หนูน้อยอกาธาเป็น ‘ลูกหลง’ ของครอบครัว เพราะเธอมีอายุอ่อนกว่าพี่สาวและพี่ชายเกือบสิบปี
กว่าอกาธาจะโต พี่ๆ ก็ไปโรงเรียนหมดแล้ว ทำให้เธอเหมือนลูกคนเดียวมากกว่าจะเป็นลูกสุดท้อง ทั้งพ่อทั้งแม่มีความรักให้อย่างเหลือเฟือ
ถึงกระนั้น อกาธาก็เติบโตขึ้นมากับพี่เลี้ยงมากกว่า เพราะเป็นธรรมดาของครอบครัวมีเงินในอังกฤษสมัยนั้น ที่จะมอบบุตรให้อยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยง เพราะถือกันว่า ‘ผู้ดี’ ไม่ควรจะต้องเหน็ดเหนื่อยในการเลี้ยงดูลูกเอง
คุณพ่อของแม่หนูอกาธาเป็นอเมริกันซึ่งอยู่ในอังกฤษ พ่อมีสมบัติเหลือเฟือ จึงไม่เห็นความจำเป็นต้องประกอบอาชีพ เป็นความคิดแบบเดียวกับพวกคนรวยในอังกฤษเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว
งานประจำวันของพ่อคือออกไปพบปะกับเพื่อนๆ ตามคลับของชนชั้นสูง คุย ดื่ม กิน แล้วก็เล่นกีฬา ตกเย็นหากไม่ไปกินเลี้ยงข้างนอก ก็เชิญเพื่อนมากินเลี้ยงที่บ้าน
แม่ของอกาธาเป็นผู้หญิงแปลกๆ ไม่ปล่อยให้ ‘พวกมากลากไป’ อย่างหญิงสมัยเดียวกัน คือไม่ค่อยทำอะไรเป็นแบบแผนอย่างผู้หญิงสมัยวิคตอเรียควรทำ แถมยังค่อนข้างขี้อายและเก็บตัว นิสัยที่หนูน้อยอกาธาจะรับมาเต็มๆ
แม้จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับพี่เลี้ยงใจดี ซึ่งมักปรนเปรอด้วยขนมเค้กและขนมครีมๆ สารพัดชนิด แต่อกาธาก็มีเวลาได้ใกล้ชิดแม่เหมือนกัน
แม่มักชอบเล่านิทานให้ลูกสาวตัวน้อยฟัง แต่ละเรื่องพิลึกกึกกือเพราะแม่แต่งขึ้นเองสดๆ เรื่องที่อกาธาชอบมากที่สุดคือเรื่องเทียนไขใส่ยาพิษ
จากเรื่องเล่าของแม่ อกาธาเริ่มแต่งเรื่องต่างๆ เองในสมอง แม้กระทั่งเวลาที่อยู่ในสวน หรือเล่นคนเดียว และกลายเป็นดั่งนิสัยที่ติดตัวไปตลอดชีวิต
อกาธาไม่ได้ไปโรงเรียน ดูเหมือนทั้งพ่อและแม่อยากให้ลูกเล็กเป็นเด็กอยู่นานๆ จึงไม่ค่อยเอาจริงเอาจังเรื่องการเรียนของอกาธาเหมือนอย่างที่เคยเป็นกับลูกคนโตสองคน แต่อกาธาก็ทำให้พ่อและแม่แปลกใจเมื่อเธออ่านหนังสือออกเองตั้งแต่อายุเพียงห้าขวบ
แม่เลยยอมแพ้ ให้ครูมาสอนที่บ้าน แต่ก็ยังไม่ยอมให้ไปโรงเรียนอยู่ดี
การที่อกาธาอยู่คนเดียวมากๆ ก่อให้เกิดนิสัยเข้ากับคนอื่นไม่ค่อยได้ และทำให้มีเพื่อนน้อย
ดูเหมือนเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอคือ “จินตนาการ” อกาธาจึงไม่เคยรู้สึกเหงา
พ่อเสียชีวิตไปเมื่ออกาธาอายุได้เพียง 11 ปี แม่ซึ่งรักพ่อมากแทบจะทนมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ แม้จะตระหนักดีว่าพ่อมีมรดกทิ้งไว้ให้น้อยเหลือเกิน แม่ก็ไม่ยอมอยู่กับความรู้สึกโศกเศร้าที่บ้าน แต่กลับพยายามท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ เพื่อให้ลืมความทุกข์
บางครั้งแม่ไปคนเดียว แต่ส่วนใหญ่แล้วแม่พาอกาธาไปด้วย เพราะเธอเป็นลูกเล็กคนเดียว ส่วนลูกอีกสองคนนั้นโตๆ กันไปหมดแล้ว
อกาธาเขียนบันทึก เขียนบทกวี ตลอดเวลาที่ท่องเที่ยวไปกับแม่ ไม่ว่าจะเป็นในอังกฤษ ในยุโรป หรือแม้กระทั่งในบ้านเมืองแปลกๆ อย่างอียิปต์
แม่ส่งเสริมและช่วยเป็นกำลังใจให้อกาธาเขียน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ตระหนักเลยว่า การที่แม่พาอกาธาตระเวนไปตามเมืองน้อยใหญ่ เป็นเสมือนการพาเธอให้ได้ไปดู ‘ฉาก’ ต่างๆ เตรียมไว้ให้นักเขียนหญิงที่ชื่อ ‘อกาธา คริสตี้’ ได้ใช้เป็นประโยชน์ ในงานเขียนเรื่องลึกลับอันชวนให้คนทั้งโลกติดตาม
อกาธาเที่ยวบ้าง เรียนบ้าง เมื่ออายุ 17 เธอจบคอร์สสั้นๆ ที่สอนเด็กสาวให้เป็นสุภาพสตรีจากสถานศึกษาในฝรั่งเศส และไม่ได้เรียนต่ออีก
ไม่นานจากนั้นงานเขียนของเธอก็ถูกตีพิมพ์ ถึงจะเป็นเพียงบทกวีชิ้นเล็กๆ แต่ก็กลายเป็นบันไดขั้นแรกให้อกาธาได้ไต่เต้าขึ้นไปสู่ความเป็นนักเขียนชื่อดังของโลก
อกาธาเป็นหนี้นิทานแปลกของแม่ เป็นหนี้การศึกษาที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอันแต่กว้างขวาง การได้ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ รวมทั้งการเป็นคนที่มีเพียงจินตนาการเป็นเพื่อนสนิท
ช่างเป็นเพื่อนที่แสนดีเสียนี่กระไร