บารัก โอบามา

Barrack Obama

ค.ศ. 1961-
พ.ศ. 2504-

บุรุษเลือดผสมระหว่างมารดาซึ่งเป็นอเมริกันผิวขาว กับบิดาซึ่งเป็นชาวเคนยา

จากนักเรียนชั้นแนวหน้า เขาจบมหาวิทยาลัยชื่อดังของสหรัฐฯ ก่อนจะดำเนินอาชีพอาจารย์สอนกฎหมาย ทนายสิทธิพลเมือง และเข้าสู่วงการเมืองในที่สุด

ก่อนจะเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาเป็นวุฒิสมาชิกหนุ่ม ‘โนเนม’ จากรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งแม้แต่คนอเมริกันส่วนใหญ่ก็ยังไม่คุ้นชื่อ แต่เขาก็หาญกล้าเข้าแข่งขันชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมเครต กับนางฮิลลารีภรรยาของประธานาธิบดีบิล คลินตัน ซึ่งดูเหมือนจะเหนือกว่าในทุกๆ ทาง

หลังจากที่ชนะนางฮิลลารี เขาต้องแข่งขันกับนายจอห์น แมคเคนแห่งพรรคริพับลิกัน ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2552 ก่อนจะชนะขาดท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนเกือบทั้งโลก

บารัก โอบามา เป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา และเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของประเทศ

วันเยาว์…

หนูน้อยเบอร์รี่มีความรู้สึกเหมือนพ่อกับแม่เป็นคุกกี้โอรีโอ

พ่อมีผิวดำสนิท

ส่วนแม่ขาวเหมือนครีม

เบอร์รี่โชคดีที่เกิดในฮาวาย รัฐซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนต่างผิวพรรณ เขาจึงเกือบจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างนี้

พ่อของเบอร์รี่เป็นนักเรียนทุนจากประเทศเคนยา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของทวีปอัฟริกา

มหาวิทยาลัยฮาวายคือที่ที่แม่กับพ่อพบกัน เป็นความรักอันเกิดจากความใกล้ชิดในฐานะนักศึกษาร่วมสถาบัน ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ความรักที่ยืนยง

เมื่อหนูน้อยเบอร์รี่อายุได้เพียงสองขวบ พ่อกับแม่ก็หย่าร้างกัน

เบอร์รี่เล็กเกินไปกว่าที่จะรู้สึกถึงผลกระทบในการขาดพ่ออย่างจริงจัง เขามีแม่และตากับยายเป็นผู้เติมเต็มความอบอุ่นให้

ไม่กี่ปีต่อมา แม่แต่งงานใหม่กับชายชาวอินโดนีเซีย จากนั้นพาเบอร์รี่ซึ่งมีอายุเจ็ดขวบ ไปเข้าโรงเรียนประถมที่จาการ์ตาด้วย

สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป แต่วัยอันเยาว์ทำให้เบอร์รี่ไม่มีปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่นานนัก เขาเริ่มรู้ทั้งภาษาและอารยธรรมใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และปรับตัวเข้ากับโรงเรียนอิสลามที่เข้าเรียนได้

เมื่อเข้าสู่เวทีทางการเมือง แบร์รัค โอบามา เคยอ้างว่าการที่เด็กชายเบอร์รี่เคยอาศัยอยู่ในต่างแดน ทำให้ตัวเขามีความเข้าใจในเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองของมนุษย์ต่างเผ่าพันธุ์และต่างวัฒนธรรมเป็นอย่างดี

โอบามาเงียบไป เมื่อฝ่ายตรงข้ามแย้งว่า สิ่งที่เด็กชายเบอร์รี่ได้สัมผัสระหว่าง 7-10 ขวบ ไม่น่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่ต้องทำงานระดับชาติอย่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ

แม่ส่งเบอร์รี่กลับไปอยู่กับตายายที่ฮาวายเมื่อเขาอายุได้สิบขวบ เพราะเห็นว่าโรงเรียนในสหรัฐฯ จะให้อะไรลูกชายได้มากกว่าโรงเรียนในอินโดนีเซีย

เบอร์รี่ต้องปรับตัวอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่นานก็เริ่มเรียนหนังสือได้คะแนนดีเหมือนเช่นที่เคยเป็นมาตลอด

สมัยเรียนมัธยมปลายเป็นช่วงที่เบอร์รี่เริ่มมีปัญหาและรู้สึกสับสนเรื่องชาติกำเนิด ความรู้สึกนี้จะติดไปจนถึงช่วงแรกๆ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นช่วงที่บิดาแท้ๆ ของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในเคนยา

บุคคลคนหนึ่งที่เบอร์รี่ได้เริ่มสัมผัสใกล้ชิดในช่วงโรงเรียนมัธยมคือ ‘ลุงแฟรงค์’ เขาผู้นี้ไม่ใช่ญาติแต่เป็นกวี-นักคิด-นักพูด รวมทั้งเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งอเมริกา ลุงแฟรงค์และอุดมการณ์ของเขามีผลให้เบอร์รี่กลายเป็นนักต่อสู้ เพื่อสิทธิของชนกลุ่มน้อยและผู้ด้อยโอกาส และมีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมแบบ ‘ปลาใหญ่กินปลาเล็ก’ ของสหรัฐอเมริกา ให้มีความยุติธรรมและความเสมอภาคกันจริงๆ มากขึ้น

บาร์รัค โอบามา เรียนจบชั้นมัธยมในฮาวาย จบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ก่อนจะไปเรียนที่โรงเรียนกฎหมายของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเป็นบรรณาธิการผิวสีคนแรกของวารสาร Harvard Law Review ในรอบกว่าร้อยปีที่ตั้งมา

คนหนุ่มผู้มีฝีปากในการพูด และฝีมือขนาดเขียนหนังสือสองเล่มแรก (Dreams from My Father และ The Audacity of Hope) ก็ติดอันดับขายดีของสหรัฐฯ เป็นเจ้าของความฝันอันสูงส่งของคนรุ่นใหม่ ที่จะผลักดันให้โลกสวยสะอาด เปี่ยมด้วยภราดรภาพและสันติ

บาร์รัค โอบามา จะทำให้ความฝันของเบอร์รี่เด็กหนุ่มลูกผสมเติบโตแข็งแกร่ง แผ่ไพศาล หรือเป็นเพียงต้นไม้ไร้ค่าที่กลายพันธุ์ด้วยอาถรรพ์การเมือง อย่างที่เห็นอยู่ในหลายประเทศ

อนาคตเท่านั้นที่จะบอกคนอเมริกันและคนทั้งโลกได้