บีทริกซ์ พอตเตอร์

Beatrix Potter

ค.ศ. 1866-1943
พ.ศ. 2409–2486

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งวรรณกรรมเยาวชนอังกฤษ ซึ่งกลายมาเป็นหนังสือเล่มเล็กที่เด็กๆ ทั่วโลกพากันรัก

นอกจากจะมีความสามารถด้านการประพันธ์แล้ว เธอยังเป็นจิตรกรมือดีที่ฝึกฝนการวาดรูปมาตั้งแต่เยาว์วัย จึงเขียนภาพแสนน่ารักประกอบหนังสือตนเองทั้ง 23 เล่ม

เจ้ากระต่าย Peter Rabbit และพรรคพวกของมัน จึงกลายเป็นภาพวาดที่คุ้นตาคนทั้งโลกมากกว่าผลงานประพันธ์ของเธอด้วยซ้ำ

ฟาร์มอันใหญ่โตและสวยงามด้วยธรรมชาติ คือสิ่งที่บีทริกซ์ พอตเตอร์ มอบไว้ให้เป็นสมบัติของชาติอังกฤษ เพื่อที่จะได้อนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังมาจนทุกวันนี้

วันเยาว์…

แม่หนูน้อยได้ชื่อว่า Helen ตามมารดา โดยมี Beatrix เป็นชื่อกลาง

Helen Beatrix Potter

แต่ทุกคนในครอบครัวกลับใช้ชื่อกลางเรียกเธอ

คุณพ่อคุณแม่เห่อบีทริกซ์ซึ่งเป็นลูกคนแรก แต่ไม่ได้เลี้ยงลูกเอง หากมอบให้เป็นหน้าที่ของพี่เลี้ยงชั้นดีที่จ้างมา

เป็นธรรมดาของผู้ดีมีเงินในอังกฤษเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ที่จะไม่ทำงานและไม่เลี้ยงลูกเอง เพราะถือว่าไม่ใช่หน้าที่

คุณพ่อของบีทริกซ์ซึ่งมาจากตระกูลผู้ดีเก่า เป็นคนมีการศึกษาสูง แต่ความรู้ทางกฎหมายของคุณพ่อมีไว้ประดับบารมีเท่านั้น ไม่ได้มีไว้ทำมาหากิน เพราะคุณพ่อมีรายได้จากมรดกที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้

ในเมื่อคุณพ่อคุณแม่มีงานสังคมมากมาย บีทริกซ์จึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับพี่เลี้ยง และเรียนกับครูที่ถูกจ้างให้มาสอนที่บ้าน

ห้องเรียนในบ้านของบีทริกซ์เต็มไปด้วยสัตว์นานาชนิด เช่น กระต่าย กระแต กระรอก หนูตะเภา กบ กิ้งก่า แมลง กิ้งกือ หนอน เต่า แม้กระทั่งค้างคาว

บีทริกซ์รักสัตว์ นอกจากจะชอบเล่นกับมันแล้ว เธอยังชอบสังเกตอากัปกิริยาและความเป็นอยู่ของพวกมันอย่างใกล้ชิด แม่หนูวาดภาพสัตว์เหล่านี้วันหนึ่งนับสิบนับร้อยภาพ ยิ่งวันยิ่งชำนาญ วาดได้ละเอียดละออยิ่งขึ้น และได้รับคำชมจากบรรดาญาติๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณลุงซึ่งเห็นความพิเศษในตัวหลาน

เมื่อบีทริกซ์อายุได้หกขวบ น้องชายก็เกิด เธอรักและตื่นเต้นกับน้องตัวน้อย แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน คุณลุงก็แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่หาครูมาสอนวาดเขียนให้หลานสาวคนเก่ง บีทริกซ์จึงวาดรูปอย่างจริงจังยิ่งไปกว่าเดิม

เมื่อน้องเริ่มโต ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทของพี่สาว มีหน้าที่ช่วยหอบกระต่ายแสนรักของพี่ไปไหนๆ เพราะเธอเอากระต่ายที่ชื่อเบนจามินและปีเตอร์ไปด้วยทุกหนแห่ง รวมทั้งเวลาไปเที่ยวต่างเมืองในฤดูร้อนกับครอบครัว สัตว์เลี้ยงทั้งหมดกลายเป็นนายแบบและนางแบบสำหรับบีทริกซ์ ซึ่งเขียนรูปด้วยความชำนาญและละเอียดละออมากขึ้นทุกวัน

ไม่แต่สัตว์ต่างๆ เท่านั้น บีทริกซ์ยังชอบเขียนรูปดอกไม้ใบหญ้า พืชพันธุ์ไม้ รวมไปถึงเห็ดชนิดต่างๆ ที่ขึ้นในสวนด้วย เธอรู้จักรูปลักษณ์ ตลอดจนการเติบโตของเห็ดจากการสังเกตระหว่างที่วาดภาพ ควบคู่ไปกับการอ่านหนังสือความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อันจะทำให้เธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องพืชพันธุ์ชนิดนี้ในอนาคต

นิสัยชอบศึกษานี้ อาจเป็นเพราะตระกูลของเธอเป็นพวกนับถือนิกายยูนิเทเรียน (Unitarian) ในศาสนาคริสต์ คนกลุ่มนี้เป็นนักคิด-นักปฏิรูป ซึ่งมองศาสนาด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ประกอบ ไม่ใช่เชื่ออย่างงมงาย นอกจากจะเป็นนักคิดแล้ว พวกยูนิเทเรียนยังได้ชื่อว่าถนัดในด้านศิลป์อีกด้วย

เมื่อน้องชายอายุครบเกณฑ์ เขาก็ถูกส่งไปโรงเรียนประจำชั้นดี แต่บีทริกซ์ต้องเรียนอยู่กับบ้าน เช่นเดียวกับบรรดาลูกสาวผู้ดีในสมัยเดียวกัน เธอเขียนจดหมายถึงน้องชายอย่างสม่ำเสมอ เพราะชอบเขียนจดหมายและจดบันทึกอยู่แล้ว

ในวัย 15 ซึ่งเป็นวัยเริ่มสาว เธอเริ่มเขียนบันทึกด้วยโค้ดพิเศษที่เธอคิดขึ้นเอง ทำให้ไม่มีใครอ่านบันทึกของเธอออก (20 ปีหลังเธอจากโลกนี้ไปแล้ว จึงมีผู้ ‘ถอดรหัส’ ได้)

ช่วงนี้เองที่เธอได้เพื่อนสนิทคนใหม่ คือครูสาวที่คุณพ่อจ้างมาสอนภาษาเยอรมันให้เธอ ครูซึ่งแก่กว่าบีทริกซ์เพียง 4-5 ปีกลายเป็นเพื่อนแสนดี นอกจากจะสอนภาษาแล้ว ครูยังช่วยติชมภาพและข้อเขียนต่างๆ ของบีทริกซ์ด้วย

ครูสอนภาษาเยอรมันบีทริกซ์อยู่สามปี ก่อนจะลาไปแต่งงาน

บีทริกซ์ซึ่งอายุครบ 18 แล้ว อยากมีโอกาสได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่ก็ถูกปฏิเสธเพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิง ผลงานศึกษาพืชพันธุ์เห็ดและราของเธอก็ไม่มีผู้ใดสนใจ (อีกหลายสิบปีต่อมา มหาวิทยาลัยจึงตระหนักว่า งานของเธอนั้นละเอียด และถูกต้องตามหลักวิชา)

ชีวิตลูกผู้ดีสมัยวิกตอเรียน ไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีความสามารถอย่างบีทริกซ์ พอตเตอร์ ได้ทำประโยชน์แก่โลกมากนัก บีทริกซ์ได้แต่อยู่บ้าน วาดรูปและเขียนอะไรต่อมิอะไรไปตามเรื่อง รวมทั้งเขียนจดหมายถึงครูเยอรมันของเธอบ่อยๆ ด้วย

ตราบจนเมื่อลูกคนโตของอดีตครูล้มป่วยลง บีทริกซ์จึงเริ่มเขียนจดหมาย เล่านิทานเกี่ยวกับเจ้ากระต่ายชื่อปีเตอร์ พร้อมวาดภาพประกอบส่งไปให้ เพื่อเป็นกำลังแก่เด็กน้อยขี้โรค ซึ่งต้องป่วยอยู่บนเตียงแทบตลอดเวลา

บีทริกซ์ทำทั้งหมดด้วยความรักในการเขียนเรื่องและภาพ อย่างที่เธอทำมาตลอดชีวิต บวกเข้ากับความเมตตาที่เธอมีต่อบุตรน้อยของครู เธอไม่ได้คาดคิดเลยว่า วันข้างหน้า จดหมายเหล่านี้จะกลายเป็นที่มาสำหรับหนังสือเด็ก ซึ่งจะเป็นที่รักของเยาวชนทั่วโลก

บรรดากระต่ายตัวโปรดและสัตว์อื่นๆ ของเด็กหญิงบีทริกซ์เมื่อครั้งกระโน้น ไม่ได้หายไปไหน ยังโลดแล่นซุกซนอยู่ในชุดหนังสือของเธอ ซึ่งขายดีมากว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว