เบนนี่ กู้ดแมน
Benny Goodman
(ชื่อจริง Benjamin David Goodman)
ค.ศ. 1909-1986
พ.ศ. 2452–2529
ในปี พ.ศ. 2552 นี้ แวดวงดนตรีแจ๊สรอบโลกจัดงานฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีให้เบนนี่ กู้ดแมน
ยอดนักเป่าคลาริเน็ตที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น King of Swing คนนี้เคยมาเปิดการแสดงในเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2500 และเคยได้ร่วมบรรเลงกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อเสด็จประพาสกรุงนิวยอร์กในปี พ.ศ. 2503 นามของเขาจึงเป็นที่รู้จักดีในหมู่นักเพลงชาวไทยรุ่นคุณปู่
เขาเป็นอเมริกันเชื้อสายยิว เจ้าของวงดนตรียอดนิยมในยุคสวิง หรือนัยหนึ่งคือเพลงแจ๊สที่ประกอบการเต้นรำได้
เสียงคลาริเน็ตของเบนนี่และเพลงจากวงของเขาถือเป็น ‘คลาสสิก’ ในหมู่ผู้นิยมดนตรีแจ๊สมาจนทุกวันนี้
ในวันเยาว์…
เจ้าหนูเบนนี่เกิดและเติบโตขึ้นในสลัมของชาวยิวกลางเมืองชิคาโก
พ่อแม่ของเบนนี่เป็นชาวยิวอพยพที่หนีเงื้อมมือโหดของพระเจ้าซาร์กษัตริย์แห่งรัสเซียและเหล่าอำมาตย์ ไปหาชีวิตใหม่ในสหรัฐอเมริกา
พ่อซึ่งรู้ภาษาอังกฤษแค่งูๆ ปลาๆ ไม่สามารถหางานดีๆ ทำได้ จึงต้องเป็นกรรมกร ใช้แรงงานหาเลี้ยงครอบครัว พ่อทำงานสารพัดตั้งแต่เย็บผ้าในโรงงานนรก ไปจนถึงงานต้มไขมันในโรงงานฆ่าสัตว์
เบนนี่จำได้ดีถึงสภาพความเหน็ดเหนื่อยของพ่อเมื่อกลับบ้านในตอนเย็น พร้อมทั้งกลิ่นคลื่นเหียนที่ติดเสื้อผ้าและรองเท้าพ่อมาจากโรงฆ่าสัตว์
ขณะที่แม่และพี่ๆ หวังที่จะให้พ่อได้งานที่สบายกว่านี้ เบนนี่แอบคิดว่าอยากโตเร็วๆ จะได้หาเงินมาช่วยให้พ่อและแม่อยู่อย่างสุขสบาย
เบนนี่เป็นลูกคนที่แปดจากจำนวน 12 คน เงินทุกเหรียญที่พ่อหาได้ หมดไปกับการเลี้ยงดูครอบครัว ยังโชคดีที่ลูกๆ ได้เรียนหนังสือฟรีในโรงเรียนของรัฐ แต่ถึงกระนั้นพ่อก็ยังหวังจะให้ลูกๆ เรียนดนตรีด้วย
พ่อซึ่งรักเสียงเพลงมีความรู้สึกว่านักดนตรีนั้นสบาย หาเงินได้จากงานเบาๆ แถมยังสนุกสนานอีกต่างหาก ที่สำคัญคือ พ่อไม่อยากให้ลูกๆ ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำเหมือนพ่อ
พ่อได้แต่ฝันเพราะฐานะอย่างพ่อไม่มีวันส่งให้ลูกเรียนดนตรีได้ แต่บังเอิญที่ ‘ซินนากอก’ หรือโบสถ์ของพวกยิวเกิดเปิดโครงการสอนดนตรีฟรีแก่เด็กๆ ยากจน นอกจากนั้นยังมีผู้ใจบุญบริจาคเครื่องดนตรีให้เด็กๆ ได้ขอยืมไปใช้ฝึกซ้อมที่บ้านด้วย
ชาวยิวนั้นได้ชื่อว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ฉลาดและมองการณ์ไกล คงเป็นเพราะเหตุนี้ชาวยิวผู้มั่งคั่งจึงนิยมสนับสนุนให้เยาวชนยิวด้อยโอกาส ได้รับการศึกษาในด้านต่างๆ
นับเป็นโชคดีของพี่น้องตระกูลกู้ดแมน
พี่ชายสองคนโตแล้ว จึงได้เล่นเครื่องดนตรีใหญ่อย่างเบสและทรัมโบน เบนนี่ตัวเล็กนิดเดียว ครูจึงเลือกให้เล่นคลาริเนต ปี่ผอมเพรียวที่เบนนี่หยิบจับได้โดยไม่ต้องออกแรง
เบนนี่เห่อคลาริเน็ตของเขาเป็นที่สุด จึงตั้งอกตั้งใจเรียนและตั้งใจซ้อมอย่างเต็มที่ แม้แต่เวลานอนก็จะวางปี่ไว้ใกล้ๆ หลายครั้งที่พี่ๆ แอบเห็นเจ้าเบนนี่ตัวน้อยจูบคลาริเนตอย่างรักใคร่ จนต้องพากันกลั้นหัวเราะ
เพราะความที่ตั้งใจฝึกฝน การเล่นของเบนนี่จึงดีวันดีคืน แต่ครูรู้ว่าเป็นเพราะเบนนี่มีพรสวรรค์ด้วย
พรสวรรค์ที่บวกกับความขยัน… ทางข้างหน้าจึงมีแต่จะรุ่ง
ครูใช้ไพ่เป็นตัวอุปมา หากมีแต่พรสวรรค์จะได้เป็นแค่ ‘แจ๊ค’ หากมีแต่ความขยันจะได้เป็น ‘ควีน’ แต่พรสวรรค์ที่บวกความขยันเข้าไปด้วยจะได้เป็น ‘คิง’ ครูพูดราวกับรู้ว่าวันข้างหน้า เบนนี่จะได้เป็น King of Swing
ครูไม่แปลกใจที่เริ่มมีคนจ้างเบนนี่ไปเดี่ยวคลาริเน็ตตามงานตั้งแต่เจ้าหนูยังไม่สิบขวบ พี่ๆ สองคนก็เก่งพอที่จะไปเล่นด้วย พี่น้องช่วยกันเก็บสตางค์ค่าจ้างทีละเล็กละน้อย กะไว้ว่าจะซื้อแผงหนังสือพิมพ์ให้พ่อนั่งขายสบายๆ จะได้ไม่ต้องไปทำงานอย่างกรรมกรอีก
เบนนี่กลายเป็นที่สนใจของคนฟัง เจ้าหนูตัวเล็กแว่นตาโต ยังนุ่งกางเกงขาสั้น เวลานั่งเก้าอี้ขายังลอย เท้าไม่แตะพื้นด้วยซ้ำ แต่กลับเล่นคลาริเน็ตได้เพราะพริ้งเหนือผู้ใหญ่ ใครๆ ก็เอ็นดู
ตอนอายุ 12 เบนนี่ไปแข่งขันใน ‘ทาเล้นท์ โชว์’ ของชิคาโก ความสามารถในการเป่าคลาริเน็ตของเจ้าหนูทำให้ใครๆ ตกตะลึง หัวหน้าวงดนตรีจากแคลิฟอร์เนียได้ยินเข้า ถึงกับสั่งว่า
“ไอ้หนู… อายุถึงเมื่อไหร่ไปทำงานกับวงเรานะ”
แม้เวลาจะผ่านไปห้าปี แต่ทันทีที่เบนนีเรียนจบมัธยม ดนตรีวงนั้นก็ติดต่อมาจริงๆ เบนนี่ซึ่งอายุเพียง 17 ปีไม่รีรอ เขาขออนุญาตพ่อแม่แล้วนั่งรถไฟไปแคลิฟอร์เนียคนเดียวอย่างไม่หวาดหวั่น
หาเงินอย่าง ‘สมัครเล่น’ มาหลายปี คราวนี้เบนนี่จะหาเงินอย่างมืออาชีพเสียที
เบนนี่อยู่กับวงดังกล่าวถึงสามปี เก็บเงินส่งให้พ่อไม่มีขาด เมื่อรวมเข้ากับเงินที่พี่ๆ หาได้ ไม่ช้าพ่อก็มีแผงหนังสือพิมพ์อย่างที่ลูกหวังไว้
เมื่อวงถูกจองให้ไปเล่นที่ชิคาโก เบนนี่ดีใจมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พ่อแม่จะได้เห็นเขาเล่นในวงบิ๊กแบนด์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในสมัยนั้น
ทั้งครอบครัวตื่นเต้น แต่ดูเหมือนพ่อจะตื่นเต้นมากที่สุด อุตส่าห์นำเงินที่เก็บได้บ้างเตรียมไปซื้อสูท… สูทชุดแรกในชีวิต เพื่อใส่ไปดูลูกชาย
แต่ตอนเย็นเมื่อปิดแผงหนังสือพิมพ์แล้วขึ้นรถรางกลับบ้าน พ่อถูกรถบรรทุกเฉี่ยวแล้วลากไปหลายช่วงตึก
เมื่อมีคนนำพ่อไปส่งโรงพยาบาล สิ่งเดียวที่หมอพูดกับครอบครัวคือให้เตรียมจัดทำศพ
พ่อจากไปโดยไม่ได้เห็นเบนนี่เล่นกับบิ๊กแบนด์บนเวที
จากไปก่อนที่จะได้รับความสบายในชีวิต ซึ่งเงินมหาศาลของลูกชายคนเล็กจะเนรมิตให้ได้
หลายสิบปีต่อมา ยักษ์ใหญ่ในวงการดนตรีที่ชื่อเบนนี่ กู้ดแมน เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า วันที่โศกเศร้าที่สุดในชีวิตคือวันที่พ่อตาย
เสียงคลาริเน็ตหวีดหวิวสะเทือนใจในเพลงประจำวงชื่อ Goodbye… ให้ทายว่าเบนนี่คิดถึงใครเวลาเป่า