คริสโตเฟอร์ รีฟ

Christopher Reeve 

ค.ศ. 1952-2005
พ.ศ. 2495-2548

ดาราภาพยนตร์ชื่อดังในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ และเป็นนักเขียนด้วย

นอกจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ มากมายแล้ว คริสโตเฟอร์ รีฟ เป็นที่รู้จักดีของแฟนรุ่นเยาว์และรุ่นใหญ่จากภาพยนตร์ชุด ‘ซูเปอร์แมน’ ซึ่งเขาสวมบทผู้ทรงพลังจากดาวคริปตัน ได้เหมาะสมยิ่งกว่าดาราคนอื่นใด

อุบัติเหตุตกจากหลังม้า พลิกชีวิตคริสโตเฟอร์ รีฟไปเป็นชายพิการ แต่เขาต่อสู้ความเจ็บป่วยของตนเอง และต่อสู้เพื่อคนอื่นที่ต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน เป็นเวลายาวนานเกือบสิบปี ด้วยกำลังใจของซูเปอร์แมน จนวันสุดท้ายของชีวิต

ในวันเยาว์…

พ่อและแม่เรียกเขาว่า Tophy ซึ่งเพี้ยนมาจาก (Chris)topher สองพยางค์หลังของชื่อเขานั่นเอง

โทฟี่มีน้องชายชื่อ Beejay (มาจาก Benjamin) ซึ่งเกิดหลังเขาเพียงปีเดียว

ด้วยความที่อายุใกล้กันมาก เขาและน้องจึงเกือบเหมือนฝาแฝด เพราะแม่แต่งตัวให้ลูกสองคนเหมือนกันเด๊ะ ซื้ออะไรก็ซื้อให้เหมือนกันทุกอย่าง

พ่อและแม่ไม่รู้เลยว่า การกระทำเช่นนี้จะทำให้โทฟี่และน้องห่างเหินกันในวันข้างหน้า เพราะต่างคนต่าง ‘เอียน’ ซึ่งกันและกัน และต้องการจะแยกไปหาเอกลักษณ์ของตัวเอง

ในขณะที่บีเจดื้อ โทฟี่จะทำตัวเป็นเด็กดี บีเจถูกทำโทษบ่อยๆ แต่โทฟี่แทบไม่เคยถูกลงโทษเลย

โทฟี่พยายามทำตัวดีกว่าน้อง เหตุหนึ่งเป็นเพราะส่วนลึกเขารู้ว่าน้องฉลาดกว่าเขามากนัก เขาจึงพยายามที่จะให้เหนือน้องเข้าไว้ในด้านอื่นๆ

ทั้งพ่อและแม่ของโทฟี่เป็นคนหนุ่มสาวที่นอกจากจะหน้าตาดี การศึกษาเลิศแล้ว ยังมาจากครอบครัวมั่งคั่งด้วย ฝ่ายพ่อเป็นผู้ดีเก่า แต่ฝ่ายแม่มาจากชนชั้นล่างที่สร้างตัวขึ้นมาจนร่ำรวย

คุณตาไม่เคยชอบพ่อ ซึ่งเป็นทั้งนักการศึกษา นักเขียน กวี และนักต่อสู้เพื่อสิทธิของชนชั้นกรรมกร คุณตาหาว่าพ่อเป็น ‘คุณหนู’ นักวิชาการ ที่ดัดจริตพยายามเข้าให้ถึงชนชั้นแรงงาน เพียงเพื่อจะได้ดูเหมือนคนมีอุดมการณ์ ในขณะเดียวกันทางครอบครัวพ่อก็ไม่เคยชอบแม่

เมื่อโทฟี่อายุได้เพียงสามขวบ พ่อแม่ก็หย่ากัน

พ่อแยกไปทางหนึ่ง ส่วนลูกสองคนตามแม่ไปอยู่แถวมหาวิทยาลัยพรินซตัน ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของพ่อ

เมื่อแม่แต่งงานใหม่ โทฟี่และน้องโชคดีที่ได้พ่อเลี้ยงซึ่งรักเขาและน้องราวกับลูกของตัวเอง ทั้งสองได้เข้าโรงเรียนเอกชนที่ดีที่สุด และได้ทุกอย่างที่เด็กๆ จะพึงต้องการ

แม้จะมีน้องใหม่เกิดตามมาอีกสองคน แต่โทฟี่และน้องก็ยังได้รับความรักจากพ่อเลี้ยงสม่ำเสมอ

ทั้งหมดนี้ทำให้พ่อจริงน้อยใจ แม้ศาลจะอนุญาตให้โทฟี่และน้องได้มีเวลาอยู่กับพ่อ แต่ยิ่งวัน พ่อก็ยิ่งห่างเหินออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพ่อมีภรรยาใหม่

ยิ่งพ่อห่างเหิน โทฟี่ก็ยิ่งพยายามเรียนหนังสือและเล่นกีฬาให้ดีเยี่ยมพร้อมๆ กัน เพื่อที่จะได้เรียกความสนใจจากพ่อ ผู้ซึ่งเขารู้สึกว่าเก่งไปเสียทุกอย่าง

คุณปู่ซึ่งมีเรื่องขัดใจกับพ่อมาแสนนาน เคยพยายามจะให้หลานๆ มาใกล้ชิด แต่เมื่อโทฟี่กับน้องไปเยี่ยม เด็กทั้งสองคนก็พบว่าคุณปู่เป็นคนเคร่งเครียด ไม่มีอารมณ์ขัน

บ้านไร่ที่คุณปู่ใช้เป็นที่พักผ่อน มีอาณาเขตกว้างขวางนับแสนเอเคอร์ ทำให้โทฟี่กับน้องรู้สึกอ้างว้าง และเมื่อทั้งสองคนตื่นสายไปหน่อย คุณปู่ก็ขับรถพาไปไกล แล้วปล่อยหลานสองคนทิ้งไว้ ให้เดินกลับไปที่บ้านเองเป็นการทำโทษ

ไม่น่าแปลกใจที่นับแต่นั้นมา โทฟี่กับน้องจึงเลิกสนใจคุณปู่ไปเลย

โทฟี่เบนความสนใจไปให้โรงเรียน เขาขยันเรียน ขยันฝึกกีฬา นอกจากนี้ยังชอบการแสดงด้วย

เมื่ออายุได้เพียงเก้าขวบ โทฟี่ขอให้แม่พาเขาไปสมัครกับคณะละครสมัครเล่นในพรินซตัน และได้บทเด็กอย่างที่ใจหวัง โทฟี่ปลื้มมากที่ได้เป็น ‘ดารา’

เขาชอบเป็นดาราในทุกรูปแบบ เขาเรียนให้ดีไว้ เพื่อจะได้เป็นดาราในด้านการเรียน เล่นกีฬาให้เลิศไว้ เพื่อจะได้ดังในด้านกีฬา แต่ด้านไหนๆ ก็ไม่ถูกใจเขาเท่ากับการเป็นนักแสดง

ทั้งแม่ พ่อเลี้ยง และพ่อจริงของโทฟี่ไม่รังเกียจที่เขาเข้าร่วมกับคณะละครตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะเป็นคณะละครสมัครเล่นของพวก ‘ปัญญาชน’ ซึ่งทำให้โทฟี่ได้เรียนรู้มากมาย

โทฟี่เล่นละครติดต่อกันทุกปี ทั้งละครโรงเรียน และร่วมกับคณะละครสมัครเล่นของมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่ง เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการละครทั้งๆ ที่ยังไม่จบชั้นมัธยม

เขาจึงคิดที่จะไม่เรียนมหาวิทยาลัย โดยตัดสินใจจะโดดข้ามไปเป็นนักแสดงเลย แต่แม่ไม่ยอม แม่ขอให้เขาเรียนจนจบปริญญาเสียก่อน

เพราะคะแนนการเรียนที่สูงลิ่ว มหาวิทยาลัยชั้นดีหลายแห่งยอมรับโทฟี่เข้าเรียน แต่เขาเลือก Cornell ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าของพ่อ เพียงเพื่อเรียกความสนใจจากพ่อ พร้อมกันก็ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าสามารถทำอะไรได้ดีเท่าพ่อบ้าง

แม้การเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นท็อปอย่างคอร์เนลจะ ‘หิน’ สักเพียงไหน โทฟี่ก็ไม่ทิ้งการแสดงที่ใจรัก เขาเข้าร่วมกับคณะละครอย่างเต็มตัว แต่ก็ยังคงเรียนได้คะแนนดีสม่ำเสมอ

เมื่อเขาเรียนจบปีสาม มหาวิทยาลัยคอร์เนลอนุญาตให้โทฟี่ไปเรียนการละครที่ Julliard ได้หนึ่งปี หากเรียนจบ ก็จะนับเป็นการเรียนปีสี่ และให้ปริญญาตรีของคอร์เนล ซึ่งถือเป็นกรณีพิเศษและไม่เคยมีมาก่อน

จูลลิอาร์ดเป็นโรงเรียนศิลปะระดับโลก ซึ่งคัดเลือกนักเรียนเฉพาะชั้นหัวกะทิจริงๆ โปรแกรมการแสดงที่โทฟี่สมัครเข้าเรียน มีผู้สมัครหลายพันคน แต่มีเพียงเขาและหนุ่มน้อยที่ชื่อ Robin Williams สองคนเท่านั้นที่ได้รับเลือก

โทฟี่ตั้งใจเรียนจริงๆ จังๆ เหมือนกับที่ทำมาตลอดชีวิต แต่โรบิน วิลเลียมส์เรียนไปเล่นไป สนุกสนานไป ถึงกระนั้นผลการเรียนไม่ด้อยกว่าโทฟี่เลย ดูเหมือนโรบินจะมีพรสวรรค์ทางการแสดงอัดแน่นอยู่ในทุกอณูของร่างกาย

โรบินทำให้โทฟี่หัวเราะกลิ้งตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนรักกันนับแต่วันนั้น ตลอดไปจนช่วงเวลายาวนานที่ต่างเป็นดาราชื่อก้อง

เมื่อคริสโตเฟอร์ รีฟ ประสบอุบัติเหตุและทุกข์ทรมานอยู่นานปี ครั้งหนึ่งมีผู้เชี่ยวชาญท่าทางพิลึกจะมาทำการรักษาเขา

แต่ในที่สุดคริสโตเฟอร์ก็รู้ว่า ผู้เชี่ยวชาญกำมะลอนั้นคือโรบินเพื่อนรักปลอมตัวมา เขาถึงกับหัวเราะลั่น เป็นเสียงหัวเราะเต็มอิ่มอย่างที่ไม่เคยมีมานานปี

และเป็นเสียงหัวเราะจริงๆ ครั้งสุดท้ายในชีวิต ก่อนที่เขาจะจากโลกนี้ไป

นับเป็นของขวัญที่ดีที่สุด เท่าที่เพื่อนรักจากวันเยาว์จะมอบให้แก่กัน