คลีโอพัตรา
Cleopatra
69–30 ปี ก่อนคริสตกาล
พ.ศ. 474–513
ราชินีแห่งอียิปต์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเลอโฉมที่สุดในประวัติศาสตร์
ความจริงราชินีองค์นี้ท้วม เตี้ย จมูกขอ อย่างที่เห็นได้ในเหรียญอียิปต์โบราณ แต่กลับเลอเลิศกว่าหญิงใดในด้านปัญญา ความรู้ ความสามารถในการปกครอง ไหวพริบทางการเมือง การต่างประเทศ รวมไปถึงด้านสร้างภาพและโฆษณาชวนเชื่อในสมัยกว่าสองพันปีก่อน เมื่อ ‘สื่อ’ ในรูปแบบที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ยังไม่เกิด
คลีโอพัตราดึงอียิปต์จากความหายนะในสมัยพระบิดา ให้กลายเป็นประเทศร่ำรวยมหาศาลทั้งด้านทรัพย์สินและความรู้ โดยความช่วยเหลือจากจอมทัพโรมันสองคนคือ จูเลียส ซีซาร์ และมาร์ก แอนโธนี ซึ่งเป็นทั้งเครื่องมือและคู่รักของนาง
ในวัยยังไม่ถึง 40 เมื่อเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองและการทหาร คลีโอพัตราเลือกจุดจบจากพิษงูด้วยน้ำมือของตนเอง มากกว่าที่จะตายด้วยมือของศัตรู
วันเยาว์…
ไม่มีปรากฏในประวัติศาสตร์ว่า เด็กหญิงอ้วน กลม ซึ่งเป็นเจ้าหญิงแห่งอียิปต์คนนี้ เคยรู้จักพระมารดา ผู้ซึ่งหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์นับแต่วันที่ได้ให้กำเนิดพระธิดาน้อยในเมืองอเล็กซานเดรีย
สมมุติว่าหนูคลีโอพัตราเป็นเด็กธรรมดา เราก็ต้องพูดว่าเธอกำพร้าแม่ อาจจะเป็นเพราะแม่ตายขณะคลอดลูกคนนี้ หรือว่าถูกกำจัดด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ซึ่งอาจรุนแรงหรือลึกลับจนคนสมัยนั้นถึงกับไม่อาจบันทึกลงในประวัติศาสตร์
บิดาของหนูคลีโอฯ คือทอลิมี (Ptolemy) ที่ 12 ฟาโรห์ที่คนอียิปต์ไม่รัก เพราะเป็นชาวกรีกแท้ ไม่มีเชื้อสายอียิปต์แม้แต่น้อย แถมยังเป็นคนอำมหิตและขี้เมา ในขณะเดียวกันก็อ่อนแอ ไม่มีความเป็นผู้นำ
ตระกูลของหนูคลีโอฯ เหมือนกับราชวงศ์อื่นๆ ในโลก คือไม่ว่าผู้ใต้ปกครองจะเชิดชูให้เทียมเทพสักปานใด แท้จริงก็มีต้นตระกูลเป็นคนธรรมดา
ทอลิมีที่ 1 ซึ่งเป็นต้นตระกูล คือแม่ทัพคนสำคัญของกรีกในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เขาและแม่ทัพอีกสองคน ‘แบ่งเค้ก’ กัน หลังจากอเล็กซานเดอร์สวรรคต ส่วนแบ่งของทอลิมีคืออียิปต์ อาณาจักรเก่าแก่ในลุ่มน้ำไนล์
ความแปลกของราชวงศ์นี้คือ ผู้ชายทุกคนจะชื่อ ‘ทอลิมี’ เหมือนต้นตระกูลหมด ฝ่ายหญิงก็จะชื่อ ‘คลีโอพัตรา’ ทุกคนเช่นกัน และจะต้องแต่งงานกันเอง เพื่อไม่ให้มี ‘เลือดไพร่’ เข้ามาเจือให้ราชวงศ์เสียความสูงส่ง
ในเมื่อทุกคนชื่อซ้ำกัน จึงต้องมีชื่อที่สองต่อจากชื่อแรก
แม่หนูคลีโอพัตราคนนี้เป็นลูกสาวคนที่สาม มีชื่อว่า Cleopatra Thea พี่สาวสองคนชื่อ Cleopatra Tryphaena และ Cleopatra Berenice
นอกจากพี่สาวแล้วหนูคลีโอฯ ยังมีน้องชายสองคน และน้องสาวอีกคนหนึ่งด้วย
ชีวิตในวังสุขสบายทางกาย แต่กดดันทางใจเป็นที่สุด เพราะมีแต่การแก่งแย่ง ชิงดี โดยมีจุดหมายที่แท้จริงคือการชิงบัลลังก์กันเองในหมู่เครือญาติ เด็กน้อยขี้ริ้วคนนี้จึงพยายามทำตัวไม่ให้เด่น เพื่อจะได้ไม่ขวางตาพี่สาวสองคน
เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหนังสือ เพราะเป็นเด็กปัญญาดีและรักการเรียนเป็นที่สุด ไม่ใช่เฉพาะวิชาใดวิชาหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกวิชาไม่ว่าจะเป็นคำนวณ เรขาคณิต วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภาษา รวมทั้งปรัชญา
ศิลปะและดนตรีก็เป็นสิ่งที่คลีโอฯ เรียนรู้อย่างจริงจัง เด็กหญิงสนใจแม้กระทั่งสมุนไพรซึ่งใช้รักษาโรคต่างๆ
คลีโอฯ และพี่ๆ น้องๆ โชคดีกว่าชาวบ้านอียิปต์ทั่วไป เพราะบรรดาอาจารย์ที่เข้ามาสอนวิชาต่างๆ ให้เจ้าหญิง เจ้าชายน้อยๆ ในวัง ล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้ระดับปรมาจารย์ของยุคนั้น
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะนครอเล็กซานเดรียที่ตระกูลเธออาศัยอยู่ คือเมืองที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชทรงสร้างไว้ให้เป็นศูนย์กลางแห่งความรู้ตั้งแต่ พ.ศ. 211 (เกือบพันปีก่อน ‘ไคโร’ เมืองหลวงของอียิปต์ในปัจจุบันจะถูกสร้างขึ้น) โดยโปรดให้ตั้งมหาวิทยาลัย และรวบรวมบรรดาครูบาอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงจากที่ต่างๆ ให้มาร่วมสอน
จะเรียกว่าอเล็กซานเดรียเป็น ‘ตักสิลา’ แห่งหนึ่งของโลกก็ไม่ผิดเลย
แม้แต่ท่านยูคลิด (Euclid) ปรมาจารย์ชาวกรีกผู้เป็นต้นกำเนิดวิชาเรขาคณิต ก็เคยสอนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้
วังที่คลีโอฯ อาศัยอยู่กับพ่อและพี่น้อง อยู่ติดกันกับมหาวิทยาลัยดังกล่าว คลีโอฯ จึงมีโอกาสได้ใช้ห้องสมุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกยุคนั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย
ห้องสมุดนี้มี ‘หนังสือ’ ซึ่งสมัยก่อนเป็นกระดาษเย็บรวมด้วยเชือก รวมทั้งข้อเขียนต่างๆ ที่ม้วนเก็บไว้กว่าครึ่งล้านชิ้น มากกว่าห้องสมุดสมัยปัจจุบันหลายแห่งในโลก
ในบางวิชา คลีโอฯ ไม่ต้องนั่งเรียนในห้อง เพราะอาจารย์จะใช้วิธี peripatetic หรือ ‘เดินไปเรียนไป’ ตามแบบของท่านอริสโตเติล (Aristotle อ่านว่า แอ-ริซทอ-เทิ้ล) ซึ่งเป็นเคยอาจารย์ของอเล็กซานเดอร์มหาราช
วิธีเดินไปเรียนไปนี้ คือการเดินคุยกันแบบประเทืองปัญญา อาจารย์จะชักชวนให้ลูกศิษย์ฟังคำสอน และถามปัญหาต่างๆ ที่สงสัยได้ในบรรยากาศสบายๆ ไม่ต้องเครียด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นรูปแบบการสอนที่ได้ผลดีที่สุด
แม้ว่าจะได้อาจารย์ที่เลอเลิศ พร้อมด้วยขุมปัญญาใกล้บ้านอย่างที่เล่ามานี้ ก็ไม่มีพี่น้องชายหญิงคนไหนสนใจการเรียนมากเท่าคลีโอฯ
เมื่อเธออายุได้เพียงสิบขวบ ประเทศเกิดข้าวยากหมากแพงเพราะความแห้งแล้งติดต่อกันหลายปี ประชาชนชาวอียิปต์ซึ่งถูกรีดภาษีอย่างหนักทั้งๆ ที่ไม่มีจะกิน เริ่มกระด้างกระเดื่องต่อท่านพ่อ มิหนำซ้ำยังมีข่าวว่าพวกโรมันจะมารุกราน หากไม่ได้ ‘ส่วย’ จุใจ
ท่านพ่อเริ่มเดือดร้อนเรื่องเงิน อีกทั้งยังมีหนี้สินมหาศาล จึงพยายามที่จะไปตกลงกับพวกโรมันถึงกรุงโรม
ระหว่างที่ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวคนโตของคลีโอฯ ก็คิดจะยึดอำนาจเพื่อเป็นควีนแห่งอียิปต์เสียเอง แต่แล้วพี่คนนี้ก็เสียชีวิตไปกระทันหัน พี่สาวคนที่สองจึงรีบขึ้นมาครองบัลลังก์
นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า ในช่วงที่เธอมีวัยเพียง 12 ปี เด็กหญิงคลีโอฯ อาจถูกพาไปหลบซ่อนอยู่แห่งใดแห่งหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ถูกพี่สาวกำจัด และการซ่อนตัวครั้งนี้ อาจทำให้เธอได้สัมผัสชีวิตชาวบ้านอียิปต์ และได้เรียนภาษา ‘ไพร่’ ของอียิปต์ นอกเหนือไปจากภาษากรีก ละติน และฮิบรูว์ ที่เธอพูดและอ่านเขียนได้แคล่วคล่อง
คลีโอฯ เป็น ‘เจ้า’ องค์แรกที่พูดภาษาของชาวบ้านได้ ภาษาไพร่ที่ได้เรียนในระยะนี้เอง ที่จะทำให้คลีโอพัตราเป็นที่รักของราษฎรที่เป็นอียิปต์แท้
วันหนึ่งข้างหน้า ประชาชนอียิปต์จะเปิดหัวใจรับคลีโอพัตราเป็นควีนอันแท้จริงของพวกเขา ทั้งๆ ที่ไม่เคยรับกษัตริย์เชื้อสายกรีกที่มาเป็นเจ้าเข้าครองก่อนหน้านั้นกว่าสิบองค์
คลีโอฯ เริ่มเข้าสู่วัยสาว 14 เมื่อท่านพ่อกลับมาเรียกบัลลังก์คืน พร้อมกับสั่งประหารลูกสาวคนที่สองเสีย ในขณะเดียวกันก็แต่งตั้งให้คลีโอฯ ลูกสาวคนโปรดเป็นรัชทายาท ทำให้ทั้งน้องชายและน้องสาวมีปฏิกิริยาไม่พอใจ และเริ่มเป็นศัตรูกับเธอ
แม้จะไม่มีพี่สาวใจดำสองคนแล้ว แต่ชีวิตของคลีโอฯ ก็ยังไม่มีความสุขสงบอยู่ดี
คลีโอฯ ครองตำแหน่งรัชทายาทอยู่ได้เพียงสี่ปี ท่านพ่อก็สวรรคต
ด้วยวัย 18 พรรษา เธอต้องยอมแต่งงานกับน้องชายซึ่งเธอไม่ชอบหน้า และขึ้นครองอียิปต์ตามคำสั่งและพินัยกรรมที่ท่านพ่อทำไว้
คลีโอพัตรา เด็กหญิงแก่เรียน ต้องก้าวเข้าไปสู่ความเป็นราชินี ต้องพยายามประคองตัวเองจากผู้มุ่งร้าย ประคองรัฐนาวาและปวงประชาของเธอให้รอดจากผู้รุกราน อีกทั้งยังต้องทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เฟื่องฟูเป็นอู่ข้าวอู่น้ำอีกครั้งหนึ่ง
รูปโฉมเป็นเพียงอันดับรอง มันสมอง และวิชาการต่างๆ ที่เธอได้ตั้งใจร่ำเรียนไว้ต่างหาก ที่ช่วยให้เธอทำสำเร็จสมความตั้งใจ และกลายเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงก้องโลกตราบจนทุกวันนี้…
สองพันกว่าปีนับจากวันที่เธอขึ้นครองบัลลังก์