ดร. ซูสส์
Dr. Seuss
ค.ศ. 1904-1991
พ.ศ. 2447-2534
นักวาดการ์ตูนชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมัน มีชื่อจริงว่า ธีโอดอร์ ซูสส์ ไกเซิล (Theodor Seuss Geisel) แต่ตั้งตัวเองเป็น ‘ดร. ซูสส์’ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นหมอหรือมีปริญญาเอก
ผลงานของเขาไม่ได้เป็นที่รักของเด็กในสหรัฐฯ เท่านั้น ยังเป็นที่ชื่นชอบของเด็กทั้งโลกที่ได้สัมผัสมันด้วย
บรรดาสัตว์ในหนังสือของ ดร. ซูสส์ ล้วนมีหน้าตาพิลึกกึกกือ เรื่องที่เขาเขียนเต็มไปด้วยถ้อยคำเพี้ยนๆ แต่คล้องจอง อ่านแล้วเหมือนเลอะๆ เทอะๆ—-แต่กลับลึกซึ้งแฝงปรัชญา แถมยังตลกและสนุกถูกใจเด็กๆ
เขาทำหนังสือให้เด็กทุกรุ่นทุกวัย รวมทั้งเด็กในร่างของผู้ใหญ่ หนังสือสำหรับเด็กเล็กหัดอ่านของเขาแม้จะดูบ๊องๆ แต่ก็ช่วยให้เด็กอ่านหนังสือออกอย่างรวดเร็ว เช่นเรื่อง แมวในหมวก (The Cat in the Hat) หรือเรื่อง ไข่เขียวกับหมูแฮม (Green Eggs and Ham) รวมทั้งเจ้ากรินช์ (Grinch) ผู้มีหัวใจขนาดเล็กไปสองเบอร์ และพยายามจะขโมยคริสต์มาสไปจากคนอื่นๆ ก็เป็นหนังสือและภาพยนตร์ที่เด็กๆ โปรดเช่นกัน
วันเยาว์…
หนูน้อย ‘Ted’ มีความสุขมาก
เขาเกิดในครอบครัวที่มีฐานะ แถมพ่อแม่ยังใจดี เต็มไปด้วยความรักความเมตตา
ปู่ของเขาเป็นชาวเยอรมันที่ย้ายไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในอเมริกาเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว พ่อทำงานในโรงกลั่นซึ่งปู่เป็นเจ้าของ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ของสวนสัตว์ซึ่งอยู่ไม่ห่างไปจากบ้าน
เท็ดกับพี่สาวได้วิ่งเล่นในสวนสัตว์ที่ว่าครั้งละนานๆ ทำให้ได้รู้จักบรรดาสัตว์ ได้สังเกตรูปร่างหน้าตา กิริยาและลักษณะนิสัยของพวกมัน
เจ้าหนูเท็ดไม่ได้ดูอย่างเดียว แต่เขาชอบสเกตช์ภาพของพวกสัตว์อีกด้วย
ภาพสัตว์ที่เท็ดวาด ไม่ค่อยเหมือนตัวจริง แถมยังแปลกๆ เหมือนการ์ตูนมากกว่า แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร ทุกคนในครอบครัวกลับชอบใจภาพพิลึกเหล่านั้น แม่มีกระดาษแผ่นโตๆ ให้เขาได้วาดรูปพวกนี้เสมอ บางครั้งยอมให้เท็ดใช้ฝาผนังแทนกระดาษด้วยซ้ำ
โชคดีอีกอย่างของเท็ด คือมีห้องสมุดอยู่ใกล้ๆ บ้าน เท็ดกับพี่จะไปขอยืมหนังสือมาทีละหอบ แล้วตั้งหน้าตั้งตาอ่าน นิสัยนี้สองพี่น้องติดมาจากพ่อและแม่ซึ่งเป็นนักอ่านทั้งคู่
พี่สาวของเท็ดไม่อ่านอย่างเดียว ยังชอบเขียนและเล่านิทานแต่งเองให้น้องฟังด้วย เท็ดจึงพยายามเอาอย่างพี่สาว
ครูสอนวรรณคดีชอบการ์ตูนของเท็ด จึงสนับสนุนให้เขาแต่งนิทานและบทกลอนตลกให้เข้ากับภาพวาดสัตว์แปลกๆ ของเขา
บรรดาเพื่อนที่โรงเรียนชอบนิทานของเท็ดถึงขนาดแย่งกันอ่าน
เมื่อเท็ดอายุได้ประมาณสิบขวบ สงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็เริ่มขึ้น พอสหรัฐฯ ทำสงครามกับเยอรมัน ชีวิตของเท็ดก็เปลี่ยนไป เพื่อนหลายคนแสดงอาการรังเกียจที่เท็ดมีเชื้อสายเยอรมัน บางคนเริ่มรังแกเขาโดยไร้เหตุผล บางคนล้อเลียนหรือถากถาง
หัวใจเล็กๆ ของเท็ดเจ็บลึกๆ เขาเกิดในสหรัฐฯ และรู้สึกตัวว่าเป็นคนอเมริกันเต็มเปี่ยม ความเปลี่ยนแปลงของคนรอบๆ ตัว ทำให้เท็ดเริ่มเรียนรู้ถึงความอยุติธรรม และความรู้สึกของคนถูกรังแก โดยไม่รู้ตัวว่า วันหนึ่งความรู้สึกนี้จะช่วยให้เขาสร้างงานที่เรียกหาความยุติธรรมในสังคมให้แก่ผู้ด้อยโอกาสและผู้ถูกรังแก
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เท็ดไม่ยอมหยุดวาดการ์ตูนพิลึกกึกกือของเขา โดยมีเพื่อนนิสัยดีๆ หลายคนติดตามอ่าน
คนเดียวที่ไม่ชอบงานของเท็ดเลย คือครูสอนศิลปะ ครูว่าน่าเสียดาย—แทนที่จะฝึกตัวเองให้วาดอะไรเป็นเรื่องเป็นราว เท็ดกลับเสียเวลาไปวาดรูปบ้าๆ บอๆ แถมครูยังตราหน้าว่าหากเท็ดหากินโดยการวาดรูป เขาจะต้องอดตาย
ครูคนนี้เสียหน้ามาก เมื่อภาพโฆษณาที่เท็ดส่งเข้าประกวดได้ที่หนึ่งของเมือง ทั้งๆ ที่เขายังเป็นแค่เด็กมัธยม
เท็ดบอกว่าการได้รางวัลครั้งนั้นสร้างความมั่นใจ และทำให้เขากล้าที่จะฝัน ถึงการเป็นศิลปินในวันข้างหน้า
ไม่เหมือนกับคราวที่เขาได้รับรางวัลผลงานลูกเสือ ซึ่งเท็ดเป็นคนสุดท้ายที่ขึ้นไปรับเหรียญ แต่เหรียญมีไม่พอ คนแจกเลยได้แต่มองหน้าเท็ดอย่างงๆ แล้วถามว่า
“ขึ้นมาทำไม?”
เท็ดจำความหน้าแตกในวันนั้นไปจนตลอดชีวิต แม้เมื่อเป็นผู้ใหญ่และมีชื่อเสียงแล้ว แต่เมื่อใครมาเชิญไปรับรางวัลอะไร เท็ดมักจะปฏิเสธเอาไว้ก่อน
ถึงจะเอาแต่วาดรูป แต่เท็ดก็เรียนวิชาอื่นๆ ได้ดี เพียงแต่ว่าในสมุดจดงานของเขาจะมีการ์ตูนครึ่งงานครึ่งเกือบทุกหน้า
เมื่อจบชั้นมัธยมแล้ว เท็ดเลือกเข้าเรียนในดาร์ทมัธ มหาวิทยาลัยเก่าของครูวรรณคดีที่เขารัก และได้พบอาจารย์อีกคนหนึ่งที่สนับสนุนงานเขียนของเขาต่อไป
ฝีมือการเขียนรูปและเรื่อง ทำให้เท็ดได้เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ตลกของมหาวิทยาลัย และเป็นนักเขียนประจำในหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ ของโรงเรียนด้วย
ชีวิตนักศึกษาของเท็ดสนุกมาก จนเพื่อนๆ ในชั้นรวมหัวกันมอบตำแหน่ง ‘Least Likely to Succeed’ หรือ ‘(ผู้มี)โอกาสน้อยที่สุดที่จะประสบความสำเร็จ’ ให้แก่เขา
อาจารย์ใหญ่ถอดเขาออกจากตำแหน่ง บ.ก. เพราะเห็นว่าเล่นมากกว่าเรียน เท็ดออกโดยดี แต่ยังแอบเขียนรูปและเรื่องต่อไป โดยใช้ชื่อว่า ‘ซูสส์’
ไม่กี่ปีหลังจากที่เรียนจบ เท็ดก็กลายเป็น ‘ดร. ซูสส์’ ที่รักของเด็กๆ และกลายเป็นศิลปินที่ร่ำรวยและมีชื่อมากที่สุดในโลกคนหนึ่ง
แปลกแท้ๆ ธีโอดอร์ ซูสส์ ไกเซิล ประสพความสำเร็จในชีวิตจากการ์ตูน ‘บ้าๆ บอๆ’ ที่เขาวาดไม่เลิกมาตั้งแต่ยังอยู่ชั้นอนุบาลนั่นเอง