โกลดา แมร์

Golda Meir

ค.ศ. 1898-1978
พ.ศ. 2441-2521

นายกรัฐมนตรีสตรีคนแรกของอิสราเอล ผู้ถูกขนานฉายา ‘หญิงเหล็ก’ มาก่อนใครๆ ในโลกการเมือง

เธอมาจากครอบครัวชาวยิว-รัสเซียซึ่งอพยพไปอยู่สหรัฐฯ ได้รับการศึกษาแบบอเมริกัน ก่อนจะกลับไปรับใช้ชาติที่อิสราเอล และไต่เต้าทางการเมืองขึ้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและกระทรวงต่างประเทศ ก่อนจะได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นนายกฯ สตรีคนแรกของอิสราเอล และคนที่สามของโลก

นอกจากจะเปี่ยมด้วยปัญญาและความสามารถ โกลดายังเป็นที่ยอมรับในด้านความฉับไวเด็ดขาดในการตัดสินใจด้วย จนมีผู้กล่าวว่าเธอเป็น “ลูกผู้ชาย” มากกว่าบรรดาบุรุษที่นั่งกันสลอนอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรอิสราเอลในครั้งกระโน้น

วันเยาว์…

เด็กหญิง Golda Mabovitz ซึ่งเป็นลูกสาวช่างไม้ เติบโตขึ้นในบ้านเกิดที่ Kiev อันเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของรัสเซีย และเป็นเมืองหลวงของแคว้นยูเครน

ชาวยิวในรัสเซียถูกทางการกดดันอย่างหนัก จนแม้แต่เด็กเล็กๆ อย่างแม่หนูโกลดาก็เกือบไม่เคยมีความรู้สึกแจ่มใสไร้กังวลเหมือนเด็กในประเทศอื่นๆ

หนึ่งความทรงจำแรกๆ ของเธอ คือภาพพ่อใช้ไม้ตอกประตูหน้าบ้านเพื่อป้องกันการบุกรุก เมื่อมีข่าวว่าทหารรัสเซียได้รับคำสั่งให้สังหารหมู่ชาวยิว

หลายคนรู้ถึงความทารุณที่เยอรมันกระทำกับชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยหารู้ไม่ว่า ทั้งอังกฤษและรัสเซียรวมทั้งอีกหลายประเทศในยุโรปได้เคยสังหารและขับไล่ยิวมาแล้วนับร้อยปีก่อน

พ่อแม่ของโกลดามีลูกมากเป็นนิ้วมือ แต่ด้วยความเป็นอยู่ที่ลำบาก ลูกๆ พากันเสียชีวิตไป เหลือเพียงสามคน และหนึ่งในนั้นคือโกลดาที่มีท่าทางหัวแข็งมาตั้งแต่ยังเป็นทารก

แม้จะมีกันสามคนพี่น้อง อาหารก็ยังไม่ค่อยพอกินอยู่ดี พี่สาวคนโตกับโกลดามักต้องทนอดเพื่อให้น้องคนเล็กมีกิน พี่สาวเป็นลมเพราะหิวข้าวอยู่บ่อยๆ แต่โกลดาจะ ‘อึด’ กว่าเสมอ

พ่อตัดสินใจทิ้งครอบครัวไปทำงานในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็น New World หรือโลก(ดินแดน)ใหม่สำหรับคนยุโรป เมื่อได้ยินญาติๆ เล่าให้ฟังว่า ชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่ารัสเซีย และชาวยิวที่ไปมักจะก่อร่างสร้างตัวได้อย่างรวดเร็ว

พ่อจากไปสามปี เมื่อโกลดาอายุได้เจ็ดขวบ พ่อก็ส่งเงินให้แม่พาลูกๆ ตามไปอยู่ที่อเมริกาด้วยกัน

เด็กหญิงโกลดารู้สึกถึงความเป็น stranger in strange land หรือคนแปลกหน้าที่แปลกถิ่นที่ชาวยิวมักเอ่ยถึงในครั้งนี้เอง เพราะทุกอย่างแปลกไปหมด รวมทั้งภาษา

โกลดาและพี่น้องต้องไปโรงเรียนทั้งๆ ที่ยังพูดอังกฤษไม่ได้สักคำ ฟังครูก็ไม่รู้เรื่อง พูดกับเพื่อนก็ไม่ได้ เมื่อเพื่อนใหม่ล้อเลียน โกลดาจึงตั้งใจว่าจะต้องเรียนภาษาอังกฤษให้ได้อย่างเร็ว และจะเรียนหนังสือให้ดีที่สุด

แม่ของโกลดาไม่เห็นความสำคัญของการเรียน เมื่อแม่เปิดร้านขายของชำก็ให้ลูกๆ ช่วยดูแลร้านทุกเช้าตอนที่แม่ไปตลาด โกลดาเป็นคนที่ถูกแม่เรียกใช้มากที่สุด จึงไปโรงเรียนสายเสมอ

ภาพที่โกลดาวิ่งตื๋อจากร้านไปโรงเรียน วิ่งไปร้องไห้ไป เป็นภาพที่เพื่อนบ้านเห็นกันจนชิน

แต่ถึงกระนั้นโกลดาก็เรียนหนังสือได้ไม่แพ้ใคร ในไม่ช้าเด็กหญิงชาวยิว-รัสเซียผู้นี้ ก็จะครองตำแหน่งนักเรียนยอดเยี่ยมของโรงเรียน

นอกจากจะเรียนเก่งแล้ว เธอยังเป็นนักกิจกรรม รวบรวมเพื่อนมาหาทุนซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด ระยะนี้เองที่เธอเริ่ม ‘กล่าวปราศรัย’ และแสดงความสามารถในการเป็นนักพูดชั้นยอด ทั้งๆ ที่เพิ่งหัดพูดอังกฤษมาไม่กี่ปี

แม่ไม่ปลื้มกับความเก่งของโกลดา แต่กลับพยายามจะให้ออกจากโรงเรียนมาช่วยดูแลร้าน มิหนำซ้ำยังพยายามจะให้หมั้นหมายกับผู้ชายอายุมากคนหนึ่งด้วย

โกลดาต่อต้านแม่สุดกำลัง เมื่ออายุได้ 14 เธอหนีออกจากบ้านไปอาศัยพี่สาว-พี่เขยซึ่งอยู่อีกรัฐหนึ่ง

ในช่วงนี้เธอเรียนหนังสือไปและหารายได้เลี้ยงตัวไปด้วยพร้อมๆ กัน งานประจำของโกลดาคือรับสอยชายกระโปรง

หลายสิบปีต่อมา โกลดา แมร์ นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลสารภาพว่า เธอยังอดไม่ได้ที่จะมองชายกระโปรงใครๆ อยู่เสมอว่าฝีมือสอยเรียบร้อยดีหรือเปล่า

ด้วยความขยันและพลังเต็มเปี่ยมในการทำงาน ประกอบกับสติปัญญาอันเป็นเลิศ ไม่ช้าเด็กหญิงลูกยิวอพยพจะประสบความสำเร็จในแทบทุกสิ่งที่ทำ

และอีกไม่นาน เธอจะทิ้งอเมริกาไปยังประเทศใหม่ของชาวอิสราเอล สถานที่ซึ่งเธอจะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า สตรีมีความสามารถเท่าเทียมกับบุรุษ… หรือเก่งกว่า