เฮอร์คิวลิส (เฮราคลีส)

Hercules

(Heracles)

ซูเปอร์แมนกรีก

วีรบุรุษมัดกล้ามแห่งเทพปกรณัมของชาวกรีก ได้ชื่อว่าเป็นชายที่แข็งแรงที่สุดที่โลกเคยมีมา

เขาเป็นมนุษย์ครึ่งเทพ เพราะบิดาคือมหาเทพซูส (หรือจูปีเตอร์) ส่วนมารดาเป็นมนุษย์นารีนามอัลคะเมเน

กว่าสามพันปี คนทั้งโลกจำแต่ความแข็งแรง ความกล้าหาญ และความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคของเขา แต่มักลืมว่า แท้จริงแล้วในช่วงชีวิตบนโลกมนุษย์ เขาคือบุรุษสุขภาพจิตบกพร่อง เจ้าอารมณ์ ขี้โมโห สลับกับซึมเศร้า และมีแนวโน้มที่จะทำอัตวินิบาตกรรมอยู่บ่อยๆ

ชีวิตอาภัพและงานยากเย็นเหลือเข็ญ 12 ประการที่เขาต้องทำจนสำเร็จ ล้วนเป็นผลพวงจากความริษยาของแม่เลี้ยง—เทพเทวีเฮรา (จูโน่) ผู้เป็นมเหสีแห่งซูส เฮราจองล้างจองผลาญเฮอร์คิวลิสตั้งแต่ยังแบเบาะไปจนวันสุดท้ายของชีวิต

เมื่อจากโลกนี้ไป เฮอร์คิวลิสได้กลายเป็นเทพ เป็นอมตะ และเป็นชื่อหมู่ดาวกลุ่มหนึ่ง

ชื่อเฮอร์คิวลิสที่เราคุ้นหูกัน มาจากชื่อกรีกว่า Heracles/เฮราคลีส แปลว่า “เกียรติศักดิ์เรืองรองของเฮรา” แต่ตราบทุกวันนี้ ชื่อเสียงของเฮอร์คิวลีสเป็นที่รู้จักดียิ่งกว่าชื่อเทพเทวีเฮราเองเป็นไหนๆ

อมตะขนานแท้เลยละ

วันเยาว์….

เขามีชื่อว่า ‘อัลไซดิส’ และมีคู่แฝดที่เกิดช่วงเวลาไล่เลี่ยกันคือ ‘อิฟิคลิส’

แม้คนส่วนใหญ่ในเมืองธีปส์ที่เขาเกิด จะคิดว่าเขาเป็นบุตรของแอมฟิทธิออนแม่ทัพฝีมือเยี่ยม แต่โดยแท้จริงแล้วเขาเป็นบุตรของมหาเทพซูส ซึ่งปลอมตัวเป็นท่านแม่ทัพมาสู่สมกับมารดา

นางอัลคะเมเนมารดาของพ่อหนูจอมพลัง เป็นหลานสาวของเพอร์ซิอัส วีรบุรุษยิ่งใหญ่ของกรีกอีกคนหนึ่ง หากเห็นรูปวาดหรือรูปปั้นหนุ่มกรีกหล่อเลิศที่มือหนึ่งถือโล่ อีกมือหนึ่งชูหัวของนางพราย ‘เมดูซา’ ซึ่งมีผมเป็นงู โปรดทราบไว้ว่านั่นคือคุณทวด(ชาย)ของเฮอร์คิวลิส

ที่น่าเวียนหัวอยู่สักหน่อยคือ คุณทวดเพอร์ซิอัสเองก็เป็นบุตรของมหาเทพซูสเหมือนกัน

ส่วนคุณทวดผู้หญิงนั้น คนไทยคุ้นเคยกับชื่อเธอมาหลายชั่วคนจากบทละคร ‘วิวาห์พระสมุทร’ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เค้าโครงบางส่วนจากปกรณัมของกรีก

อันโดรเมดา
เอ่อ..เออ..เอ่อ..เออ…
สุดาซา-หวั้น

นางอันโดรเมดาแสนสวยที่ถูกจับไปผูกไว้ ณ ชะง่อนผาให้เป็นเหยื่อของอสุรกายคนนี้เอง ที่เป็นคุณทวดหญิงของเฮอร์คิวลิส

ตั้งแต่เฮอร์คิวลิสยังเป็นทารก เทพเทวีเฮรามเหสีของมหาเทพซูส มารดาเลี้ยงโดยตำแหน่งก็เล่นบท ‘มือที่มองไม่เห็น’ ส่งพญางูสองตัวมาให้เป็นของขวัญถึงเปล

แทนที่จะกลัว พ่อหนูน้อยกลับหัวเราะเอิ๊กอ๊าก แล้วจับงูบีบจนตาย

ภาพทารกน้อยที่มีงูห้อยร่องแร่งในมือสองข้างจากยุคกรีก จึงเป็นเสมือนป้ายโฆษณาความแข็งแรงของเฮอร์คิวลิสมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเติบโตจนถึงวัยศึกษา เฮอร์คิวลิสได้การอบรมสั่งสอนอย่างดียิ่งตามประสาบุตรชาวกรีกมีสกุล รวมไปถึงกิจกรรมจำเป็นอย่าง มวยปล้ำ ฟันดาบ ขี่ม้า และการควบคุมรถม้าสำหรับการศึก

แต่เฮอร์คิวลิสจะตั้งใจเฉพาะกับสิ่งที่ชอบเท่านั้น หากเป็นสิ่งที่ไม่ชอบอย่างดนตรี เขาจะหงุดหงิด คราวหนึ่งถึงกับเกิดโทสะฟาดพิณใส่หัวครูดนตรี

เปรี้ยงเดียวครูได้ขึ้นไปเล่นพิณบนสวรรค์

เด็กเฮี้ยวขนาดนี้ เป็นธรรมดาที่พ่อแม่จะต้องหาครูที่มีความสามารถพอที่จะรับมือได้

ครูที่ ‘รับมือ’ เฮอร์คิวลิสได้อย่างดี เป็นเซนทอร์ ชื่อ Chiron

เซนทอร์ (centaur) คือตัวประหลาดชนิดหนึ่งที่ท่อนบนเป็นคน ท่อนล่างเป็นม้า พวกเซนทอร์ส่วนมากนิสัยไม่ดี ขี้เมา เอะอะอาละวาด และแก่กามารมณ์

แต่ ‘ไครอน’ มีกำเนิดที่ต่างจากเซนทอร์อื่นๆ เพราะมีบิดาเดียวกับมหาเทพซูส ติวเตอร์ไครอนมีความสุขุมนุ่มนวล เปี่ยมเมตตาและเที่ยงธรรม เขามีความรู้กว้างขวางในทุกสาขาวิชาที่คนกรีกคิดว่าเป็นของสำคัญ รวมทั้งการพูดในที่สาธารณะ และการดนตรี

ไม่แต่เท่านั้น ติวเตอร์ไครอนยังชำนาญด้านโหราศาสตร์ อีกทั้งยังมีความรู้ด้านการแพทย์สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ได้

เรียกว่าเป็นทั้งหมอและหมอดูเสร็จในตัว

ในบรรดาลูกศิษย์ของไครอน มีวีรบุรุษกรีกอยู่หลายคนเช่นอะคิลิส (ผู้มีจุดอ่อนอยู่แห่งเดียวที่ส้นเท้า) ออร์ฟิอัส (ยอดนักดนตรีที่สามารถกล่อมเจ้านรกได้) และเจสัน (ผู้ติดตามขนแกะทองคำ)

เมื่อเทียบกับลูกศิษย์อื่นๆ เฮอร์คิวลิสด้อยมากในเรื่องการพูดและการดนตรี อีกทั้งยังใจร้อน ทำก่อนคิด มากกว่าที่จะคิดก่อนทำ ซึ่งสร้างความลำบากให้ตัวของเขาเองตลอดชีวิต

เล่ากันว่าเมื่อเริ่มๆ จะหนุ่ม เฮอร์คิวลิสได้พบกับเทวีแห่งคุณธรรมและเทวีแห่งความสำราญ องค์หลังสัญญาจะให้ความเพลิดเพลินเริงรื่นตลอดชั่วชีวิต แต่เทวีแห่งคุณธรรมสัญญาว่าจะให้ความเป็นอมตะ

เขามีสิทธิเลือกเพียงอย่างเดียว

หนุ่มน้อยเฮอร์คิวลิสเลือกคุณธรรมเพื่อที่จะได้ความเป็นอมตะ เพราะหวังที่จะได้เป็นเทพเต็มตัว แทนที่จะเป็นกึ่งเทพกึ่งมนุษย์

ในวัย 18 ปี เฮอร์คิวลิสฆ่าสิงโตด้วยมือเปล่า แล้วถลกหนังของมันมาครอง โดยสวมส่วนหัวไว้คล้ายเป็นหมวก แล้วปล่อยส่วนลำตัวให้ห้อยลงมาคล้ายเป็นเสื้อคลุม

หนังสิงห์โตกลายเป็น ‘เครื่องหมายการค้า’ เห็นมนุษย์คลุมหนังสิงห์ทั้งตัวที่ไหน ก็แน่ใจได้ว่าเป็นเฮอร์คิวลิสเจ้าเก่า

เขาย่างเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างมั่นใจ โดยไม่ตระหนักเลยว่า เบื้องหน้าจะมีแต่ความทนทุกข์ทรมาน อันเกิดจากฝีมือของมารดาเลี้ยงรอคอยอยู่ ราวหนามแหลมที่โปรยไว้บนเส้นทางชีวิต

เฮอร์คิวลิสต้องชดใช้ความผิดที่เขาไม่ได้ก่อไปตลอดชีวิต

แต่ในที่สุด เขาก็เป็นฝ่ายมีชัยและได้เป็นอมตะอย่างที่หวังไว้