ฮิลลารี คลินตัน

Hillary (Diane Rodham) Clinton

ค.ศ. 1947-
พ.ศ. 2490

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกาในช่วงปี ค.ศ. 1992–2000 เมื่อบิล คลินตัน สามีของเธอเป็นประธานาธิบดี ฮิลลารีได้ชื่อว่าเป็น ‘ท่านผู้หญิง’ ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่ทำเนียบขาวเคยมีมา

เธอเป็นนักเรียนชั้นหัวกะทิ ที่กลายมาเป็นนักกฎหมายอนาคตสดใส ก่อนที่จะสมรสกับบิล คลินตัน และมุ่งทำกิจกรรมเพื่อความสำเร็จของสามีมากกว่าที่จะทำเฉพาะส่วนของตน

เมื่อเข้าสู่ทำเนียบขาวใหม่ๆ เธอถูกวิจารณ์ว่าก้าวก่ายงานของสามีจนต้องเปลี่ยนวิธีการทำงาน

เมื่อบิล คลินตัน มีเรื่องอื้อฉาวในทำเนียบขาวกับผู้หญิงคราวลูก จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก ฮิลลารีประคองตัวผ่านวิกฤติได้อย่างงดงาม ในขณะเดียวกันยังยืนหยัดเคียงข้างสามีตลอดช่วงเวลานั้น

เป็นที่รู้กันว่า ในวันหนึ่งหลังจากสามีพ้นตำแหน่งแล้ว หญิงเก่งผู้นี้มุ่งหมายจะเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเชื่อกันว่าเธอมีสิทธิจะได้เป็นผู้นำหญิงคนแรกของสหรัฐ เธอพิสูจน์ให้เห็นกันชัดๆ ในขั้นต้นโดยชิงชัยตำแหน่งวุฒิสมาชิกของนิวยอร์กมาได้เมื่อปี ค.ศ. 2000 และอีกครั้งใน ค.ศ. 2006

ในการลงแข่งขันเข้าชิงตำแหน่งตำแหน่งตัวแทนพรรคเดมโมเครต เพื่อชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2009 แม้เธอจะได้คะแนนนิยมสูงกว่าสตรีคนใดๆ เคยได้รับมา แต่ก็ยังต้องพ่ายแพ้แก่คู่แข่งคือนายบารัก โอบามา ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐฯ

วันเยาว์…

พ่อและแม่เลือกชื่อ Hilary ซึ่งมีความหมายว่า ‘ยินดี-ปรีดา’ สำหรับลูกคนแรกของครอบครัว เพียงแต่สะกดด้วยพยัญชนะ L สองตัวแทนที่จะเป็นตัวเดียว เพื่อให้ต่างออกไปจากคนส่วนใหญ่

หากนามมีความสำคัญอย่างที่หลายคนเชื่อ ชื่อซึ่ง ‘ฮิลารี่’ ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย อาจมีส่วนที่ทำให้ฮิลลารี รอดห์นัมแข็งแกร่งกว่าคนเพศเดียวกันส่วนมาก

ฮิลลารีเข้มแข็งมาตั้งแต่จำความได้ เพราะพ่อและแม่ซึ่งล้วนมาจากครอบครัวชั้นแรงงาน เป็นคนเข้มงวด ไม่ยอมให้ลูก—ไม่ว่าหญิงหรือชาย—เป็นคนอ่อนแอ

ตาของฮิลลารีเป็นพนักงานดับเพลิง ครอบครัวชักหน้าไม่ถึงหลังจนต้องส่งแม่ของฮิลลารีไปอยู่กับญาติซึ่งเจ้าระเบียบและใจดำ แม่ต้องใช้ความเข้มแข็งอย่างมากเพื่อให้ผ่านวัยเด็กสุดลำบากมาได้

แม่จึงต้องการให้ลูกๆ ของแม่เข้มแข็งเช่นเดียวกัน

ครั้งหนึ่งเมื่อหนูน้อยฮิลลารีถูกเพื่อนรังแกจนเจ็บกลับบ้านมา แม่รู้เรื่องเข้าก็ไล่ลูกสาวกลับไปสู้ใหม่ โดยบอกว่า

“ในบ้านนี้ไม่มีที่สำหรับคนตาขาว”

เด็กหญิงฮิลลารีต้องกัดฟันกลับไปสู้กับเพื่อนจนชนะ และแม่ก็ยอมให้เธอกลับเข้าบ้านโดยดี

เป็นความหลังที่เธอไม่เคยลืม และยอมรับว่าวันนั้นในอดีตมีอิทธิพลกับอนาคตชีวิตในช่วงต่อมาอย่างที่สุด

เชื้อสายทางพ่อของฮิลลารีไม่ได้เหนือไปกว่าทางแม่ ปู่ของฮิลลารีเป็นคนใช้แรงงาน แต่พ่อก็เพียรพยายามเรียนหนังสือจนสามารถเป็นนายทหารเรือได้

พ่อได้ชื่อว่าเป็นนายทหารที่เข้มงวดในการฝึกฝนลูกน้องอย่างที่สุด พ่อเชื่อว่าการที่ให้เหล่าทหารผ่านความลำบากมากๆ จะช่วยให้เข้มแข็งและสามารถเอาชนะในสมรภูมิโหดของสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งอเมริกันมีศัตรูเปี่ยมศักยภาพอย่างเยอรมันและญี่ปุ่น

เมื่อออกจากกองทัพ พ่อรวบรวมเงินเปิดร้านขายผ้าม่านและเริ่มก่อร่างสร้างฐานะได้รวดเร็ว

เมื่อฮิลลารีอายุได้เพียงสามขวบ พ่อกับแม่ก็ย้ายไปอยู่แถบถิ่นที่แสนสบายของชนชั้นกลางในรัฐอิลลินอยส์ แม่หนูน้อยและน้องชายอีกสองคนจึงเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมดีเยี่ยม

แต่พ่อไม่ให้ลูกๆ ติดความสบายเกินไป ในบ้านค่อนข้างหรูของฮิลลารี ทุกคนต้องอยู่อย่างประหยัดในเกือบทุกๆ ทาง

แม้ในฤดูหนาว ก็ต้องประหยัดไฟไม่เปิดเครื่องทำความร้อนเกินจำเป็น เมื่อทุกคนเข้านอนแล้ว พ่อจะปิดเครื่องทำความร้อน ในตอนเช้าฮิลลารีกับน้องชายจะตัวสั่นงันงกเมื่อลุกขึ้นจากเตียง

ลูกสามคนเป็นเสมือนทหารในความปกครอง ที่พ่อมีสิทธิ์สั่งให้ทำอะไรได้ดั่งใจ

เมื่อเริ่มโต ฮิลลารีก็เริ่มแข็งข้อ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยังยอมพ่ออยู่ดี

แม้จะเข้มงวดกับลูก แต่แท้จริงแล้วทั้งพ่อและแม่ภาคภูมิใจในตัวลูกสาวหน้าตาน่ารัก ซึ่งทั้งฉลาดและช่างพูดเป็นที่สุด

ฮิลลารีเป็นเด็กมีระเบียบวินัยสูงทั้งเมื่ออยู่บ้านและที่โรงเรียน เธอเกือบไม่เคยเกียจคร้าน งานทุกชิ้นที่ครูสั่ง ฮิลลารีจะทำอย่างเต็มที่ ส่งงานตรงเวลา ในขณะเดียวกันก็ชอบร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน โดยมักเป็น ‘หัวหน้า’ เสียเกือบทุกงาน

ฮิลลารีเป็นที่หนึ่งของชั้นและของโรงเรียนมาตลอด

แม้กระทั่งการขายขนมคุกกี้ประจำปีของกลุ่มลูกเสือหญิง (Girl Scouts) ซึ่งมีแข่งขันประจำปีกันตามเมืองต่างๆ ในสหรัฐฯ เด็กหญิงฮิลลารีก็ยังอุตสาห์ได้ที่หนึ่ง

เพื่อนและครูรู้กันดีว่า ฮิลลารี ‘แพ้ไม่ได้’ แม้กระทั่งในการขายคุกกี้

สมัยอยู่มัธยม ฮิลลารีเริ่มช่วยพ่อในการหาเสียงให้นักการเมืองฝ่าย Republican เพราะพ่อเป็นรีพับลิกันเต็มตัว

เด็กมัธยมที่ชื่อฮิลลารี รอดห์นัม คงนึกไม่ถึงว่า วันหนึ่งเธอจะกลายเป็นภรรยาผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอซึ่งต่อมาจะเป็นประธานาธิบดีซึ่งมาจากพรรคเดมโมเครต

และวันหนึ่งตัวเธอเองจะพยายามทุกทางที่จะได้เป็นผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จากพรรคเดมโมเครตเช่นกัน

ฮิลลารี คลินตันไม่อาจคงความ ‘แพ้ไม่ได้’ หรือเป็น ‘ที่หนึ่งตลอดกาล’ อย่างเด็กหญิงฮิลลารี ไดแอน รอดห์นัมในอดีตได้ เมื่อพบกับคู่แข่งอย่างนายบารัก โอบามา

แต่การที่เธอได้รับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามา เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถของเธอนั้น แม้แต่คู่แข่งก็ยังต้องยอมรับ