จิม เฮนสัน
Jim Henson
ค.ศ. 1936-1990
พ.ศ. 2479-2533
นักสร้างและนักเชิดหุ่นชาวอเมริกัน ซึ่งมีชื่อเสียงไปรอบโลกในฐานะผู้สร้างหุ่นคณะ The Muppets เขาเป็นผู้ให้กำเนิด ‘เดอะ มัปเป็ทส์’ และ ‘เซซามิ สตรีท’
เขาสร้างเซซามิ สตรีท โดยตั้งใจให้เป็นเครื่องช่วยให้ความรู้แก่บรรดาเด็กในวัยก่อนเข้าโรงเรียน
หุ่นที่จิม เฮนสันสร้างไว้ กลายเป็น ‘นักแสดง’ ที่มีชื่อเสียงอย่าง กบคอร์มิท บิ๊กเบิร์ด และ มิสพิกกี้
วันเยาว์…
เด็กชายจิมมี่เติบโตขึ้นในเมืองเล็กๆ ในรัฐมิสซิสซิปปีทางใต้ของสหรัฐฯ
พ่อของจิมมี่เป็นนักชีววิทยาที่ทำการค้นคว้าเรื่องพันธุ์พืชให้รัฐบาล ส่วนแม่นั้นเหมือนกับผู้หญิงส่วนใหญ่ในสมัยโน้น คือเป็นแม่บ้านอย่างเดียวไม่มีงานอื่น แม่จึงมีเวลาให้ลูกชายสองคนคือพอลและจิมมี่อย่างเต็มที่ แต่แม่ดูจะรักพอลซึ่งเป็นลูกคนโตมากกว่า
เด็กชายจิมมี่จึงหันไปเรียกความสนใจจากผู้หญิงที่เขาเรียกตั้งแต่เด็กๆ ว่า “ที่รัก” หรือ “Dear” เดียร์ของจิมมี่ไม่ใช่ใครอื่นๆ แต่เป็นยายของเขาเอง
สำหรับจิมมี่ อะไรๆ รอบตัวยายดูน่าสนใจกว่าของแม่ เพราะยายเป็นทั้งจิตรกร ทั้งนักออกแบบ และนักตัดเย็บ ฝีมือการตัดเย็บผ้านวมของยายเป็นที่เลื่องลือ ยายจะออกแบบและให้สีก่อน แล้วจึงลงมือตัดเย็บให้เป็นรูปแบบตามที่ออกไว้ ผ้านวมของยายจึงเป็นงานศิลป์ที่ผู้ซื้อนำไปโชว์ มากกว่าจะนำไปใช้
จิมมี่รักที่จะเฝ้าดูยายออกแบบและตัดเย็บ เขาจะเล่นซนง่วนอยู่แถวๆ กองผ้าและมุมออกแบบของยาย เป็นมุมแห่งความสุขของเด็กๆ มีทั้งกระดาษ ทั้งเครื่องเขียน สี พู่กัน ไว้วาดเล่น ทั้งผ้าชนิดต่างๆ และกรรไกรให้ได้ตัดเล่น รวมทั้งทำ ‘หุ่นบ้าบอ’ อะไรต่างๆ ตามแต่จินตนาการจะพาไป
ยายจะปล่อยให้จิมมี่หลานรักซนได้ตามใจชอบ ตราบใดที่ไม่เป็นอันตราย หรือทำให้งานของยายเสีย จินตนาการของจิมมี่จึงไม่ถูกจำกัด เขาอยากจะทำของเล่น หรือวาดรูปอะไร ยายกลับสนุกด้วย และมักจะมีข้อแนะนำดีๆ ที่ทำให้จิมมี่ได้สนุกยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ได้ความรู้ไปด้วย
ไม่ใช่แต่เท่านั้น ยายยังเป็นนักอ่านตัวยง และจะหาหนังสือ ‘เจ๋งๆ’ มาอ่านให้หลานๆ ฟัง เมื่อจิมมี่เริ่มอ่านหนังสือออก เขากับยายก็ยังอ่านหนังสือด้วยกัน หรือทำหุ่นตามตัวละครในหนังสือด้วย
จิม เฮนสันเล่าไว้เมื่อเป็นผู้ใหญ่ว่า ยายเป็นคนที่ปลูกฝังความมั่นใจให้เขามากกว่าใคร ความมั่นใจซึ่งฝังรากตั้งแต่เด็ก มักไม่ค่อยคลอนแคลนง่าย
เมืองที่ครอบครัวของจิมมี่อยู่เป็น ‘บ้านนอก’ โดยแท้ จิมมี่และพี่ชายจึงได้วิ่งเล่นในท้องทุ่ง ได้ตกปลาและได้ว่ายน้ำในลำธาร เหมือนกับเด็กบ้านนอกทั่วไป ซึ่งเป็นความสุขอย่างเหลือเกิน แต่เมื่อจิมอายุได้สิบขวบ พ่อก็ได้งานใหม่ ต้องย้ายครอบครัวไปอยู่ใกล้ๆ กับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อันเป็นเมืองหลวง
จิมมี่และพี่ชายพลิกเปลี่ยนจากเด็กบ้านนอกมาเป็นเด็กกรุง แต่สิ่งหนึ่งที่จิมมี่ยังทำเล่นโดยไม่เคยเบื่อ คือการทำหุ่นมือ และการวาดรูป ซึ่งเขาติดมาตั้งแต่ครั้งอยู่กับยาย
ระยะนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง อเมริกาเริ่มเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง เมื่อหมดปัญหาการต้องค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประดิษฐ์อาวุธต่อสู้กับฝ่ายศัตรู บรรดานักคิดก็พากันหันมาปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน
โทรทัศน์กลายเป็นสิ่งที่คนสมัยหลังสงครามให้ความสนใจ เมื่อการแพร่ภาพโทรทัศน์ทำได้ดีขึ้น ชัดและน่าดูขึ้น คนอเมริกันก็สนใจซื้อเครื่องโทรทัศน์มากขึ้นทุกที
หลังจากได้เห็นโทรทัศน์จากบ้านเพื่อน จิมมี่เป็นคนรบเร้าขอให้พ่อแม่ซื้อเครื่องโทรทัศน์ จากนั้นเขาก็เฝ้าดูรายการต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นรายการ ‘ต้นแบบ’ ที่บรรดาผู้สร้างนำมาเสนอให้คนสนใจ แม้จะไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับการทำรายการโทรทัศน์เลย แต่จิมมี่ก็รู้ตัวว่าเขาอยากทำรายการออกโทรทัศน์เป็นที่สุด และวันหนึ่งจะต้องทำให้ได้
พออายุ 16 จิมมี่ก็เริ่มพยายามหางานทำให้สตูดิโอผลิตรายการโทรทัศน์ แต่ก็ไม่มีใครจ้าง
เมื่อจิมมี่จบชั้นมัธยม สถานีโทรทัศน์ใกล้ๆ บ้านประกาศหาคนเชิดหุ่น สำหรับรายการเด็กๆ ในตอนเช้า เป็นงานเล็กๆ ค่าจ้างแสนถูก แต่จิมมี่ก็ไม่รังเกียจ เขากับเพื่อนสนิทช่วยกันทำหุ่นมือสองสามตัว ไปเสนอให้ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์แห่งนั้นดู
จิมมี่ได้งานโทรทัศน์อย่างที่หวังไว้
แม้สถานีแห่งนั้นจะจ้างเพียงช่วงสั้นๆ แต่จิมมี่ก็ไม่ท้อถอย เพราะมีหนังสือพิมพ์สองสามฉบับชมรายการหุ่นของเขา ทำให้มีกำลังใจไปสมัครงานกับอีกสถานีหนึ่งได้สำเร็จ
ประสบการณ์ที่สถานีโทรทัศน์ทำให้จิมเลือกเข้าเรียนศิลปะในมหาวิทยาลัย และในมหาวิทยาลัยนี่เอง ที่จิมมี่เริ่มเปิดการแสดงหุ่น โดยมีเพื่อนๆ นักศึกษาเข้าร่วมงานกับเขาจนกลายเป็นคณะดัง ทั้งในมหาวิทยาลัยและในแถบกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ชื่อของจิม เฮนสัน กลายเป็นที่รู้จักทั่วอเมริกา ก่อนที่เขาจะเรียนจบปริญญาตรีเสียด้วยซ้ำ
เมื่อมีคนถามว่าความสำเร็จของเขาเริ่มต้นที่ตรงไหน
จิมตอบง่ายๆ ว่า…
แถวๆ กองเศษผ้าของยาย