จูลส์ เวิร์น
Jules (Gabriel) Verne
ค.ศ. 1828-1905
พ.ศ. 2371-2448
นักประพันธ์ฝรั่งเศสที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์คนแรกของโลก นักเขียนนิยายประเภทนี้ไม่ว่าเชื้อชาติใด ภาษาใด รวมทั้ง H.G. Wells ของอังกฤษล้วนแต่เป็น ‘ผู้ตาม’ จูลส์ เวิร์น กันทั้งนั้น
นอกจากเรื่อง Around the World in 80 Days หรือ 80 วันรอบโลกแล้ว จูลส์ยังเขียนนิยายสนุกอื่นๆ อย่าง
Journey to the Center of the Earth พาผู้อ่านท่องลึกไปให้ถึงใจกลางโลก
From the Earth to the Moon พาผู้อ่านท่องจากโลกไปสู่ดวงจันทร์
Twenty Thousand Leagues Under the Sea หรือใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์ ซึ่งทำให้เรือดำน้ำนอติลุส กัปตันนีโม และปลาหมึกยักษ์ เป็นที่รู้จักกันไปรอบโลก
ในช่วงชีวิต จูลส์ เวิร์นประพันธ์หนังสือไว้เกือบ 90 เล่ม เขาได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักประพันธ์ที่มีผลงานถูกแปลไปเป็นภาษาต่างๆ มากที่สุดในโลก
ผลงาน(แปล) ของเขาโด่งดังในประเทศไทย ขนาดที่คุณ ป. อินทรปาลิต นักประพันธ์รุ่นคุณทวด นำ ‘ใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์’ มาเขียนล้อให้ พล-นิกร-กิมหงวน และด็อกเตอร์ดิเรก ยอดนักวิทยาศาสตร์ไทย มีเรือดำน้ำชื่อ ‘นุสติลอ’ ดำดิ่งไปผจญภัยในทะเล
คนไทยอ่านแล้วหัวเราะกัน “งอหาย” อย่างที่นักวิจารณ์สมัยนั้นชมไว้
วันเยาว์…
เด็กชายจูลส์เกิดที่เมืองนองต์ส (Nantes) ในประเทศฝรั่งเศส
จูลส์เป็นลูกคนโต เขาจึงอดรู้สึกไม่ได้ว่าพ่อเข้มงวดกว่าเขามากกว่าที่เป็นกับน้องๆ
พ่อของจูลส์เป็นทนายความที่มีชื่อเสียงพอสมควร ครอบครัวจึงมีความเป็นอยู่ค่อนข้างสุขสบาย แต่พ่อเป็นคนเจ้าระเบียบ เจ้าพิธีการ เข้มงวด และตรงต่อเวลาจนคนรอบข้างต้องระวังตัวกันตลอด
เด็กชายจูลส์เบื่อความเข้มงวดของพ่อ โดยหารู้ไม่ว่าวันหนึ่งนักประพันธ์ใหญ่ที่ชื่อจูลส์ เวิร์น จะนำลักษณะนิสัยเหล่านี้ไปใส่ไว้ในตัวเอกในหนังสือชื่อ ‘80 วันรอบโลก’ ซึ่งจะเป็นหนังสือขายดีที่สุดเล่มหนึ่งของเขา
แม่ของจูลส์อ่อนโยนกับลูกๆ มากกว่าพ่อ แม่มาจากตระกูลนักสร้างเรือ และนักเดินเรือ ซึ่งมีอิทธิพลให้ลูกๆ พลอยรักการเดินเรือไปด้วย
จูลส์กับน้องชายฝันจะเป็นนักเดินเรือ ยังไม่ทันสิบขวบเด็กทั้งสองก็หัดบังคับเรือใบลำเล็กๆ ด้วยตัวเองได้แล้ว สองพี่น้องจะช่วยกันเก็บเงินไว้เช่าเรือเวลาโรงเรียนหยุด
เวลาโรงเรียนเปิด จูลส์กับน้องชายก็จะขอยืมหนังสือเรื่องราวการเดินเรือจากห้องสมุดมาอ่าน เพื่อเตรียมไว้ ‘ติ๋งต่าง’ การผจญภัยให้สนุกสนานเมื่อได้ไปแล่นเรือจริงๆ แม้เมืองนองต์สจะตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำลัวร์ แต่จูลส์รู้สึกตั้งแต่เด็กว่าการล่องเรือในแม่น้ำ คงมีรสชาติของการผจญภัย สู้การแล่นเรือในทะเลไม่ได้
หากจูลส์มาจากตระกูลยากจน เขาคงเลือกที่จะไปเป็นเด็กรับใช้ในเรือ แต่เด็กฐานะอย่างเขาจะต้องเรียนหนังสือเท่านั้น และต้องเป็นโรงเรียนชั้นดีด้วย
เมื่อจูลส์อายุได้เก้าขวบ พ่อก็ส่งเขาไปเข้าโรงเรียนประจำ
ครูสอนคณิตศาสตร์คนหนึ่งที่โรงเรียนนี้ มีความสนใจเรื่องเรือดำน้ำเป็นอย่างมาก และมักจะเล่าเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับเรือและการเดินทางในมหาสมุทรให้เด็กๆ ฟัง ต่อมาครูคนที่ว่าได้กลายเป็นนักออกแบบเรือดำนำลำแรกให้แก่กองทัพเรืออเมริกัน
แม้ไม่มีใครยืนยันแน่นอน แต่เป็นไปได้ว่า เด็กชายจูลส์อาจจะประทับใจในตัวครู และในวันข้างหน้าความประทับใจนี้จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้จูลส์ เวิร์นสร้างเรือลำน้ำ ‘นอติลุส’ ขึ้นในนิยายวิทยาศาสตร์ของเขา
เมื่อจูลส์อายุได้สิบสองปี เขาวางแผนที่จะไปท่องโลกกับเรือเดินสมุทร เขานำสตางค์ที่เก็บสะสมไว้ไปให้เด็กประจำเคบิน เพื่อขอ ‘ซื้อตำแหน่ง’ โดยเขาจะเดินทางไปกับเรือแทนเด็กคนนั้น
แผนของจูลส์เกือบสำเร็จ แต่พ่อรู้เข้าทันเวลา จึงไปลากตัวลูกชายลงจากเรือ แถมตีเสียยกใหญ่เพื่อให้หลาบจำ
แม่สงสารลูก ได้แต่ปลอบโยนและขอให้สัญญาว่าจะไม่หนีไปทะเลอีก หากจะไปท่องเที่ยวผจญภัย ขอให้ไปแต่ในจินตนาการเท่านั้น
“จะไปแต่ในจินตนาการเท่านั้น”
เด็กชายจูลส์สัญญากับแม่ที่รัก
คำสัญญานั้นเป็นประดุจลิขิตแห่งชะตาชีวิต หักเหให้เขาแปลงจินตนาการเป็นตัวอักษร
จูลส์เริ่มรักการเขียนมากขึ้นทุกที เขาจดบันทึกมากมาย ทั้งที่อ่านพบเกี่ยวกับการเดินทางและเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ และเรื่องราวจากจินตนาการของเขาเอง
เมื่อจบชั้นมัธยม พ่อก็ส่งเขาเข้าปารีสให้เรียนกฎหมาย เพื่อที่จะได้เป็นทนาย… เหมือนพ่อ
แต่จูลส์ไม่สนใจกฎหมาย เขาสนใจวิทยาศาสตร์ และอยากเป็นนักเขียน หนุ่มจูลส์โดดเรียนกฎหมาย ไปนั่งอ่านหนังสือวิทยาศาสตร์ในห้องสมุด จดบันทึกสิ่งต่างๆ ที่อ่านพบเพื่อนำไปใช้ในงานเขียน
พ่อแอบเข้าปารีสมาเช็คดูการเรียนของจูลส์ แล้วก็พบว่าลูกชายไปสนใจการเขียนหนังสือมากกว่าจะสนใจเรียนกฎหมาย พ่อโกรธจนขู่จะตัดเงินที่ส่งเสีย หากจะดื้อเขียนหนังสือมากกว่าที่จะเรียน ก็ช่วยตัวเองไปแล้วกัน
จูลส์ยอมเรียนกฎหมายต่อจนจบ แต่แล้วก็ไม่ยอมเป็นทนาย ยังคงตั้งใจที่จะเป็นนักเขียนต่อไป
พ่อเอาชนะจูลส์ได้เพียงระยะเวลาอันสั้น
แต่คำสัญญาที่เด็กชายจูลส์ให้ไว้กับแม่ จะยืนยาวไปตลอดชีวิตของเขาเอง
จูลส์ไม่ได้ท่องเที่ยวในจินตนาการไปคนเดียว แต่ยังชวนบรรดาแฟนนับล้านๆ คนของจูลส์ เวิร์น ไปรอบโลก ท่องใต้น้ำ หรือเหินฟ้าสู่ดวงจันทร์กับเขาด้วย
จนถึงบัดนี้นับเป็นเวลากว่าร้อยปีแล้ว