จูเลียต ซีซาร์

(Gaius) Julius Caesar

100-44 ปี ก่อนคริสตกาล
พ.ศ. 422-498

รัฐบุรุษแห่งกรุงโรม ผู้มีชื่อเต็มว่า Gaius Julius Caesar

ซีซาร์เป็นทั้งนายพลทหารนักรบ นักพูด นักการเมือง นักเขียน อีกทั้งยังเป็นนักวิชาการผู้ทรงภูมิปัญญารอบด้าน และที่สำคัญคือเป็นลูกผู้ชายแท้ หาญกล้า และไม่เคยใช้วิธีลอบกัด

เขาขยายอาณาจักรโรมให้ไพศาล เคยนำทัพโรมันย่ำมาแล้วทั้งบริเตน ปอมเปย์ และอียิปต์

คุณสมบัติและบุคลิก ทำให้ซีซาร์เป็นขวัญใจของผู้ใต้บังคับบัญชา ของประชาชน และของควีนที่ชื่อคลีโอพัตรา

กลุ่มผู้ต้องการแย่งอำนาจทางการเมือง กล่าวหาว่าซีซาร์ต้องการตั้งตนเป็นกษัตริย์ และเปลี่ยนโรมจาก ‘ประชารัฐ’ ให้เป็น ‘ราชอาณาจักร’ จึงรวมหัวกันสังหารซีซาร์กลางสภาฯ โดยช่วยกันแทงจากข้างหลังเป็นจำนวนถึง 23 แผล หนึ่งในนั้นมาจากปลายมีดเพื่อนสนิทของเขาเอง

ผู้ลอบกัดปลิดชีวิตซีซาร์และแย่งอำนาจจากเขาได้สำเร็จ แต่ไม่อาจแย่งชื่อเสียงที่กึกก้องนานกว่าสองพันปีในหน้าประวัติศาสตร์ไปได้เลย

อาจเป็นเพราะซีซาร์คือ…

“โรมันผู้เลิศเลอเหนือคนอื่นใด”

อย่างที่มหากวีเช็กสเปียร์ได้ลิขิตไว้

วันเยาว์…

มีตำนานว่าแพทย์ในครั้งนั้นนำเขาออกมาทางหน้าท้องของแม่โดยการผ่าตัด ซึ่งในแพทย์ปัจจุบันเรียกว่า Caesarean Section หรือการผ่าแบบซีซาร์ตามชื่อของเขา

โดยความจริงแล้ว ‘ซีซาร์’ เป็นนามสกุล ตัวเขามีชื่อต้นว่า Gaius ตามชื่อของบิดา และมีชื่อกลางว่า Julius ตามชื่อสกุลของแม่

เมื่อแรกเกิด ผู้ทำคลอดอุ้มหนูน้อยไปวางแทบเท้าบิดา จากนั้นผู้เป็นพ่อจะอุ้มขึ้นมาเพื่อแสดงให้ปรากฏว่ารับเป็นบุตร ตามธรรมเนียมโรมันในครั้งนั้น

หนูน้อย ‘ไกอัส’ เป็นเด็กตัวเล็ก ผอมแห้ง และป่วยบ่อยจนน่าอ่อนใจ คงเป็นเพราะแม่สุขภาพไม่แข็งแรงนัก แม้แต่พี่สาวสองคนของไกอัสก็เสียชีวิตไปหนึ่งคนตั้งแต่ยังเด็ก

ถึงจะอ่อนแอ แต่ไกอัสก็อึดพอที่จะรอดชีวิตมาได้ ทั้งๆ ที่ในสมัยสองพันกว่าปีมาแล้ว ตอนที่เขาเกิด เด็กๆ ส่วนใหญ่จะตายเสียตั้งแต่ยังเป็นทารก

โรมในสมัยที่ไกอัสเกิด เป็นสังคมแบ่งชั้นวรรณะ

ชนชั้นสูงมีชื่อเรียกว่า patrician กลุ่มคนเหล่านี้มีสิทธิได้การศึกษาสูง ได้ออกเสียงเลือกตั้ง ได้เข้า ‘สภาแผ่นดิน’ และทำงานในตำแหน่งสำคัญต่างๆ

กลุ่มที่สองคือคือกลุ่ม equites ซึ่งแม้จะร่ำรวย แต่ก็มีอำนาจทางการเมืองน้อยมาก

สุดท้ายคือกลุ่ม plebeian อันหมายถึงชาวบ้านธรรมดา เป็นชนชั้นรากหญ้าที่ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ อย่างชนชั้นสูง แต่มีสิทธิในการ ‘ลงประชามติ’ ออกเสียงรับหรือไม่รับนโยบายต่างๆ ของสภาฯ เพราะโรมในยุคนั้นเป็น republic หรือ ‘ประชารัฐ’ หรือสาธารณรัฐ ไม่ได้ปกครองด้วยระบบกษัตริย์

ไกอัสเกิดในตระกูลชั้นสูง ตามคำทีเล่นทีจริงของจูเลียส ซีซาร์ที่เอ่ยภายหลังว่า “นับเชื้อสายไล่ไปได้ถึงเทพธิดาวีนัส”

สถานะของตระกูลทำให้ไกอัสมีโอกาสดีกว่าคนโรมันจำนวนมาก และแม้ครอบครัวจะไม่ร่ำรวยมากนัก แต่ก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย มีทาสรับใช้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเชลยที่โรมได้จากการทำสงคราม

ทาสชาวกรีกเป็นที่นิยมของพวกโรมันในสมัยนั้น เพราะเปี่ยมด้วยอารยธรรม เฉลียวฉลาด มีความรู้ ช่วยเลี้ยงดูและสั่งสอนพวกคุณหนูชาวโรมันได้ดีกว่าทาสจากที่อื่น

คุณหนูไกอัสเริ่มเรียนหนังสือจากทาสกรีกเหมือนลูกโรมันชั้นสูงทั่วๆ ไป แต่ไม่นานท่านบิดาก็จ้างอดีตทาสชื่อ Marcus Antonius Gnipho มาเป็น ‘ติวเตอร์’ ให้แก่บุตรชาย

ติวเตอร์มาร์กัสเป็นคนเก่งที่เคยไปเรียนถึงเมืองอเล็กซานเดรีย ซึ่งเป็นเสมือน ‘ตักสิลา’ ของยุคนั้น จึงเป็นโชคดีของไกอัสที่ได้อาจารย์ชั้นยอดมาประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ตั้งแต่เด็ก

สติปัญญาและภูมิความรู้ของติวเตอร์มาร์กัสเป็นที่เลื่องลือ อาจารย์ผู้นี้สอนได้ทุกวิชาไม่ว่าจะเป็นคำนวณ ปรัชญา วรรณคดี ภาษา—เช่นกรีกและละติน การเขียน รวมไปถึงการพูด การปราศรัย ซึ่งชนชั้นสูงของโรมให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

ในบทเรียนการพูดและเขียน ติวเตอร์มาร์กัสจะใช้วิธีเลือกข้อความที่งดงามในด้านภาษาและความหมายให้บรรดาศิษย์ท่องจำตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ เหมือนเคล้าส่วนผสมชั้นดีเข้ากับแป้งให้เป็นเนื้อเดียวกัน พร้อมกันก็สอนให้คิดและพิจารณาตามสมควรแก่วัยของผู้เรียน

ติวเตอร์มาร์กัสคงแปลกใจ หากรู้ว่าในเบื้องหน้า จะมีการสอนแบบให้ท่องจำโดยไม่สอนให้คิด หรือสอนให้คิดโดยไม่ให้ท่องจำตัวอย่างชั้นเลิศไว้เป็นพื้นฐาน

ยิ่งหากติวเตอร์มาร์กัสรู้ว่าอีกสองพันปีข้างหน้า อาชีพติวเตอร์จะทำเงินได้ขนาดไหน เขาคงแปลกใจล้นพ้น เพราะแม้จะเป็นอาจารย์มีชื่อเสียง แต่ติวเตอร์มาร์กัสไม่เคยขูดรีดค่าเล่าเรียน หากจะให้พ่อแม่ของลูกศิษย์จ่ายตามที่เห็นสมควร

นักประวัติศาสตร์สรุปตามหลักฐานที่มีว่า ติวเตอร์มาร์กัสเห็นการประสิทธิ์ประสาทวิชาให้คนรุ่นหลัง มีความสำคัญเหนือกว่าเงินตรา

การสอนอย่างอุทิศกายและใจของติวเตอร์มาร์กัส ทำบรรดาลูกศิษย์ของเขาเปี่ยมคุณภาพและกลายเป็นคนสำคัญของโรมในเวลาต่อมา

ไกอัสเป็นหนึ่งในนั้น

ความช่างสงสัย ความไวของปัญญา ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านความจำ และด้านความคิด ทำให้ติวเตอร์มาร์กัสรู้ว่าเด็กชายไกอัสต้องเป็นผู้นำในอนาคต

ลูกศิษย์อีกคนของติวเตอร์มาร์กัสชื่อ Cicero อ่อนวัยกว่าไกอัสสาม-สี่ปี แต่เก่งกาจไม่แพ้กัน (นานปีต่อมา เมื่อไกอัสกลายเป็นซีซาร์จอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ ซิเซโรก็กลายเป็นนักปราชญ์ นักเขียน และนักพูดระดับไร้เทียมทาน)

ในช่วงที่คุณหนูไกอัสอายุได้สิบขวบ เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นที่โรม ฝ่ายหนึ่งคือลุง Marius ของไกอัสเอง ชีวิตความเป็นอยู่รวมไปถึงการเรียนของเขาจึงลุ่มๆ ดอนๆ อยู่ระยะหนึ่ง

ลุงเป็นวีรบุรุษสงคราม เป็นนักการเมืองชั้นนำของโรม บารมีของลุงจึงช่วยไกอัสได้มาก ไม่ว่าจะเป็นด้านชีวิตส่วนตัว ด้านการงาน หรือการเมือง

เมื่อไกอัสอายุได้ 14 ปี ลุงจัดการให้เขาได้ไปประจำอยู่ที่วิหารแห่งจูปิเตอร์อยู่สามปี คล้ายๆ กับที่เด็กไทยบวชเณรเพียงแต่ใช้เวลานานกว่า แต่ตลอดเวลานี้ เขาก็ยังได้เรียนกับติวเตอร์มาร์กัสอยู่สม่ำเสมอ

ในช่วงที่เริ่มโตนี้ ไกอัสเปลี่ยนสภาพจากเด็กเล็กที่อ่อนแอเป็นคนรุ่นหนุ่มร่างกายแข็งแรง มีฝีมือทั้งการใช้อาวุธ และการขี่ม้า มวยปล้ำ (ซึ่งคนโรมันนิยม) ทั้งหมดนี้ล้วนจะเป็นประโยชน์กับเขาในภายภาคหน้า ไม่ยิ่งหย่อนกว่าวิชาความรู้ที่ติวเตอร์มาร์กัสมอบให้

พ่อพาไกอัสไป senate หรือ ‘สภาแผ่นดิน’ แห่งโรมด้วยเมื่อเขาอายุได้ 15 ปี วัยซึ่งคนโรมันสมัยนั้นถือว่าเป็นหนุ่มเกือบเต็มตัวแล้ว

ไกอัสภาคภูมิใจที่ได้ไปสภาฯ และใฝ่ฝันที่จะได้เป็นผู้มีชื่อเสียงเด่นในสภาฯ อย่างลุง

แต่ไม่นานหลังจากนั้นพ่อก็เสียชีวิตลง ไกอัสช่วยแม่แขวนกิ่งไซปรัสไว้หน้าบ้าน ดูแม่อาบน้ำศพพ่อและเอาเหรียญใส่ไว้ใต้ลิ้นพ่อสำหรับไว้จ่ายค่าคนแจวเรือระหว่างโลกมนุษย์กับยมโลกตามความเชื่อของคนโรมัน

ไกอัสกลายเป็นหัวหน้าครอบครัว ก่อนที่จะได้เป็น ‘ซิติเซ่น’ แห่งโรมเต็มตัวเมื่ออายุ 16 ปี

การร่ำเรียนกับติวเตอร์มาร์กัสสิ้นสุดลงในช่วงนี้

เขาเริ่มเข้าทำงานให้รัฐ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ข้ารัฐการ’ เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวอันประกอบด้วยแม่และพี่สาว แม่เป็นคนสำคัญที่สุดของชีวิตเขา ไกอัสดูแลแม่อย่างเต็มความสามารถ และเป็นสิ่งที่เขาจะทำตลอดไปตราบจนวันตาย

เมื่อไกอัสอายุได้เพียง 17 ปี อาหญิงซึ่งเป็นภรรยานายทหารใหญ่แห่งโรม แนะนำให้เขาเลิกล้มการหมั้นหมายกับเด็กหญิงที่พ่อแม่จัดไว้ให้ตั้งแต่ยังเยาว์ เพื่อมาแต่งงานกับลูกสาวของนักการเมืองใหญ่ผู้หนึ่งซึ่งเป็นมิตรเก่าแก่ของลุง

ไกอัสยอมทำตามคำแนะนำของอา เพื่อเส้นสายทางการเมือง และความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต

ชีวิตของไกอัสถูกลิขิตด้วยการเมืองมาตั้งแต่ต้น

เขาวางแผนของชีวิตตามวิถีการเมือง ด้วยความทะเยอทะยานและความสามารถเหนือใครๆ ในยุคเดียวกัน จนกลายเป็น ‘จูเลียส ซีซาร์’ มหาบุรุษแห่งโรม ตามที่เด็กชายไกอัสได้ใฝ่ฝันไว้แต่เยาว์วัย

ที่แน่นอนคือ ในฝันของเด็กชายไกอัส ไม่มีภาพจูเลียส ซีซาร์นอนจมกองเลือด… กลางสภาฯ แห่งอาณาจักรโรม

เมื่ออำนาจทั้งหลายหลุดลอยไป

จูเลียส ซีซาร์ก็เป็นเพียงอีกหนึ่งในชีวิต ที่ถูกปลิดเพราะการเมือง