มูฮัมมัด อาลี
Muhammad Ali
ค.ศ. 1942-2016
พ.ศ. 2485-2559
เขามีนามเดิมว่า ‘เคชัส เคลย์’ แต่มีฉายาว่า ‘จอมโว’
สาเหตุเป็นเพราะอเมริกันดำผู้นี้ชอบคุยโตข่มขวัญคู่ต่อสู้
เขาเป็นนักมวยซึ่งคนรู้จักมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 เริ่มต้นความยิ่งใหญ่บนสังเวียนโดยเป็นแชมป์นวมทองของสหรัฐฯ ก่อนจะไปคว้าเหรียญทองรุ่นไลท์เฮฟวีเวทจากโอลิมปิกปี ค.ศ. 1960 มาครองเมื่อมีอายุเพียง 17 ปี
เคชัสเปลี่ยนชื่อเป็น มูฮัมมัด อาลีเมื่อเขาเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถูกถอดออกจากตำแหน่งแชมป์ เมื่อไม่ยอมเป็นทหารเพราะผิดหลักศาสนา
อาลีชิงแชมป์กลับมาได้อีก และเป็นนักมวยคนแรกที่สามารถครองแชมป์เฮฟวีเวทได้ถึงสามสมัย
แต่ความว่องไวอย่างเหลือเชื่อบนสังเวียน กลายเป็นความเชื่องช้าในวัยกลางคนเพราะโรคพาร์กินสัน
ทุกวันนี้อาลียังเดินสายหาทุนช่วยคนอื่นๆ ที่เป็นโรคเดียวกันแต่ขัดสนเงินทองในการรักษาพยาบาล
วันเยาว์…
หากเราจะเรียกมูฮัมมัด อาลีว่า “ลูกคนใช้” ก็คงไม่ผิด
โอเดสสา แม่ของเขาเป็นหญิงนิโกรที่รับทำงานบ้านให้แก่คนผิวขาวในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตักกี้ ส่วนพ่อเป็นชายหนุ่มผู้ใฝ่ฝันจะเป็นจิตรกร แต่ถูกกำแพงผิวในอเมริกาปิดกั้นไว้ จึงเป็นได้แค่ช่างทำป้าย
เมื่อมีลูกคนแรกเป็นชาย พ่อจึงให้ใช้ชื่อเดียวกันคือ Cassius Marcellus Clay โดยเติมคำว่า ‘จูเนียร์’ ไว้ข้างหลัง ชื่อนี้เคยเป็นชื่อของทวดซึ่งมีอดีตเป็นทาสมาก่อน
เมื่อแรกคลอด เคชัส มาร์แซลลัส เคลย์ เด็กตัวโต ร้องเสียงดัง ท่าทางแข็งแรงจนพ่อบอกว่า “สงสัยจะโตขึ้นเป็นแชมป์เหมือนโจ หลุยส์” ซึ่งเป็นยอดนักมวยผิวดำที่ใครๆ ก็ชื่นชมเมื่อประมาณเกือบร้อยปีมาแล้ว
ไม่มีใครในครอบครัวเรียกชื่อจริงเจ้าหนู แต่กลับเรียกว่า “G-G” เพราะเขาชอบทำเสียงนี้มาตั้งแต่เป็นทารก “จี-จี” จึงกลายเป็นชื่อเล่นที่ติดตัวเขามาจนโต แม้เมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วบางทีแม่ก็ยังเรียกเขาว่า “จี-จี” อยู่ดี
จี-จีเป็นเด็กฉลาด แถมยังโตเร็ว เดินและพูดได้ก่อนเด็กๆ ในวัยเดียวกัน
เมื่อแม่มีลูกคนที่สอง จี-จีรักน้องชายมาก จะคอยดูแลปกป้องน้องเสมอ สองพี่น้องไม่ค่อยมีของเล่นอย่างเด็กร่ำรวย จึงต้องหาเรื่องสนุกกันเองตามมีตามเกิด
อย่างหนึ่งที่จี-จีชอบมาก คือให้น้องเขวี้ยงหินก้อนเล็กๆ ใส่ ในขณะที่เขายืนอยู่กับที่ จี-จีจะโยกตัวหลบซ้ายหลบขวาอย่างแคล่วคล่อง ก้อนหินจึงไม่โดนเขาเลย วิธีการเล่นนี้อาจมีส่วนทำให้เขาได้ชื่อว่าเป็นนักมวยที่ว่องไวมากที่สุดตั้งแต่โลกเคยมีมา
แม่ผู้ซึ่งเป็นคนใจดีมีเมตตา เป็นคนที่จี-จีรักที่สุด ทุกวันอาทิตย์แม่จะพาลูกชายสองคนไปโบสถ์ แม่สอนลูกไม่ให้รังเกียจคนต่างผิว ต่างศาสนา เพราะทุกคนล้วนเป็นเพื่อนมนุษย์ของเราทั้งสิ้น
ส่วนพ่อซึ่งถือศาสนาคนละนิกายกับแม่ สอนให้ลูกๆ เผชิญหน้ากับสิ่งที่หวาดกลัว ไม่ใช่กลัวแล้วหนี เป็นคำสอนที่ลูกๆ ฝังใจ เก็บไปใช้เมื่อโตขึ้น
ชะตาชีวิตของเด็กชายจี-จีหรือเคชัส เคลย์หักมุมเมื่อเขาอายุเพียง 12 ปี จักรยานสีขาว-แดงซึ่งพ่อเพิ่งซื้อให้ถูกขโมยไป เคชัสทั้งโกรธทั้งเสียใจ
ตำรวจชื่อ โจ มาร์ติน เล่าว่าเด็กชายผิวดำคนนี้แจ้งความไปร้องไห้ไป รำพันว่าหากเจอไอ้ขโมยจะต่อยให้ยับ
บังเอิญโจเป็นครูผู้ฝึกสอนมวยขั้นพื้นฐานให้แก่เด็กๆ ในเมืองนั้นอยู่แล้ว จึงบอกให้เคชัสไปฝึกกับเขาที่โรงยิม
เคชัสเริ่มหัดมวยตั้งแต่วันนั้นมา โจ มาร์ตินรับว่า ไม่เคยเห็นเด็กคนไหนที่จะซ้อมหนัก ฝึกหนัก มุมานะและตั้งใจจริงเท่ากับเจ้าหนูตัวผอมๆ คนนี้เลย
อีกไม่กี่ปีต่อมา เคชัส เคลย์ ก็กลายเป็นแชมป์ ‘นวมทอง’ ของสหรัฐฯ เขาบอกกับแม่และพ่ออย่างติดตลกว่า ที่เขาออกเสียง ‘จี-จี’ ในวัยเด็กนั้น ย่อมาจากคำว่า ‘Golden Gloves’ หรือนวมทองนั่นเอง
เมื่ออายุ 17 ปี เคชัสกลายเป็นแชมป์เหรียญทองรุ่นไลท์เฮวี่เวทของกีฬาโอลิมปิกปี ค.ศ. 1960 เขาเอาเหรียญแขวนคอไว้โดยไม่ยอมถอดอยู่หลายวัน
จากนั้นโลกก็จะได้นักมวยรุ่นเฮฟวีเวทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เคชัสผู้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม โดยใช้ชื่อใหม่ว่า มูฮัมมัด อาลี และเขาจะเป็นนักมวยคนเดียวในโลกที่ได้ครองแชมป์รุ่นนี้ถึงสามครั้ง
อาลีได้สมญาว่า ‘จอมโม้’ ‘จอมโว’ แต่เขาทำได้อย่างที่พูดไว้เกือบทุกครั้ง ในวัยกลางคน อาลีกลายเป็นเหยื่อของโรคพาร์กินสัน แต่เขาก็ยังเผชิญหน้ากับมันด้วยมาดของแชมป์อยู่ดี