นโปเลียน โบนาปาร์ต
Napoleon Bonaparte
ค.ศ. 1769-1821
พ.ศ. 2312-2364
หนึ่งในผู้นำที่ชื่อดังที่สุดในโลก
เขาเป็นชายร่างเล็ก เชื้อสายอิตาเลียน ผู้กลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19
ความเก่งกาจในการรบทำให้นายทหารปืนใหญ่คนนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส ไม่ช้าเกือบทั้งยุโรปก็สยบให้แก่นโปเลียนผู้ซึ่งสวมมงกุฎจักรพรรดิให้แก่ตัวเอง
นโปเลียนมีสายตาไกลจึงนำความเจริญมาให้แก่ฝรั่งเศสในหลายทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านกฎหมาย แต่ความหลงตัวเองเป็นมหันตภัยที่นำนโปเลียนไปพบความพ่ายแพ้ในสงครามกับรัสเซียและอังกฤษ
ดยุคแห่งเวลลิงตันของอังกฤษปราบนโปเลียนได้ราบคาบที่เมืองวอเตอร์ลู (ค.ศ. 1815)
วันเยาว์…
หนูน้อยนโปเลียนเป็นเด็กบ้านนอกแท้ๆ เพราะคอร์ซิกาบ้านเกิดนั้นเป็นเพียงเกาะเล็กๆ ทางตะวันตกของอิตาเลียน ผู้คนบนเกาะส่วนใหญ่เป็นชาวไร่และชาวประมงที่ยากจน
คาร์โลพ่อของเขาเป็นทนายซึ่งคนในคอร์ซิกานับหน้าถือตา แต่ฐานะของพ่อก็ไม่ดีกว่าชาวเกาะส่วนใหญ่สักเท่าไร ส่วนแม่ของนโปเลียนอายุเพียง 14 ปีเมื่อแต่งงานกับพ่อซึ่งตอนนั้นอายุแค่ 18 ปี (เป็นเรื่องธรรมดาของครั้งนั้น)
ทั้งคู่มีลูกมากกว่านิ้วมือ เพราะรวมแล้วถึง 13 คน แม้จะเหลือรอดมาเพียงแปดคน แต่ก็มากพอที่จะทำให้การเงินที่ขัดสนอยู่แล้วตั้งแต่ต้นฝืดเคืองหนักขึ้นไปอีก
นโปเลียนเป็นลูกคนที่สองของพ่อแม่ เขาเป็นเด็กขี้โรค ตัวเหลือง-เล็ก แต่หัวโต แถมยังขี้โมโหและเอาแต่ใจตัวเอง
คนเดียวที่เขากลัวคือแม่ ซึ่งเขาจะเกรงใจตลอดไปแม้กระทั่งเมื่อเป็นจักรพรรดิ นอกจากนั้นเจ้าหนูนโปเลียนไม่กลัวใคร ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน แม้แต่พี่ชายหรือเพื่อนๆ ที่ตัวโตกว่าก็จะแหยง ไม่กล้ามีเรื่องด้วย
เด็กขี้โรคคนนี้ใฝ่ฝันที่จะเป็นทหารมาตั้งแต่จำความได้ เขาชอบเล่นเป็นทหาร เล่นสงครามสู้รบกันโดยตัวเองเป็นคนวางแผนให้เพื่อนและพี่น้องเล่นตามที่เขาสั่ง
มีเรื่องเล่ากันว่า เวลาเรียนประวัติศาสตร์ หากครูจัดให้นโปเลียนเล่นเป็นฝ่ายแพ้ เขาจะอาละวาดจนครูต้องยอมให้เปลี่ยนไปอยู่ฝ่ายชนะ
เวลาแม่ให้ขนมปังขาวไปกินที่โรงเรียน นโปเลียนจะเอาไปแลกกับขนมปังดำของทหารที่ค่ายใกล้บ้าน โดยอ้างว่าเพื่อที่จะได้
“หัดให้คุ้นเคยไว้ก่อน”
พ่อคาร์โลเห็นลูกชายมุ่งมั่นเป็นทหาร แต่ตัวเขาไม่มีปัญญาส่งลูกไปเข้าโรงเรียนดีๆ ในเมืองใหญ่ จึงไปวิ่งเต้นขอทุนจากผู้ว่าราชการที่ฝรั่งเศสส่งมาปกครองเกาะคอร์ซิกา (โดยชิงมาจากอิตาลีได้ในช่วงนั้น)
เมื่อพ่อทำสำเร็จ เด็กชายนโปเลียนซึ่งมีอายุเพียงเก้าปี ก็ถูกส่งไปเข้าโรงเรียนทหารที่ฝรั่งเศส ทั้งๆ ที่เขารู้ภาษาฝรั่งเศสไม่กี่คำ
ในสมัยนั้นมีแต่ลูกชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะเข้าโรงเรียน ‘นายร้อย’ สำหรับเด็กๆ ได้ เพราะลูกประชาชนชั้นล่างจะถูกจำกัดให้เป็นแค่พลทหาร ไม่มีสิทธิเป็นนายทหาร ลูกทนายบ้านนอกอย่างเด็กชายนโปเลียนอาจจะดูดีในสายตาคนคอร์ซิกา แต่ไม่นับว่าเป็นชนชั้นสูงในสายตาของผู้ดีฝรั่งเศส เขาจึงโดนล้อเลียนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาพูดฝรั่งเศสด้วยสำเนียงแปร่งๆ เด็กฝรั่งเศสร่วมโรงเรียนจึงถูกลูกอิตาเลียนบ้านนอกต่อยเป็นประจำ
บรรดาครูเอือมระอากับความท้าตีท้าต่อยของนโปเลียน แต่ถึงกระนั้นทุกคนก็ยอมรับว่านโปเลียนเป็นเด็กฉลาด มีความจำเป็นเลิศ มีไหวพริบเกินหน้าเพื่อน และมีแววว่าจะเป็นนายทหารชั้นเยี่ยมได้
เมื่อจบจากโรงเรียนทหารสำหรับเด็กเล็ก เขาได้ย้ายไปอยู่ École Militaire โรงเรียนนายร้อยชั้นยอดของฝรั่งเศสในกรุงปารีส ซึ่งมีหลักสูตรในการเรียนสามปี แต่นโปเลียนจบการศึกษาได้ในเวลาเพียงปีเดียว ไม่มีหลักฐานว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะถึงแม้ว่านโปเลียนจะมีความจำชั้นยอด แต่คะแนนการเรียนของเขาแค่พอใช้ได้
เมื่ออายุได้เพียง 16 ปี นโปเลียน โบนาปาร์ต ซึ่งตัวเตี้ยและผอมเล็ก ได้กลายเป็นนายร้อยตรีแห่งกองทัพฝรั่งเศสไปโดยสมบูรณ์ พอดีเป็นช่วงที่ฝรั่งเศสกำลังเริ่มร้อนแรงเพราะไฟปฏิวัติ ประชาชนผู้อดอยากยากไร้เบื่อที่จะถูกรีดแรงงานและผลผลิต ไปบำรุงความฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อของราชสำนักพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระราชินีมารี อังตัวเนตต์ จึงพยายามเปลี่ยนแปลงหาระบบที่ดีกว่ามาใช้
ภายในไม่กี่ปีต่อมา อดีตเด็กอิตาเลียนตัวเล็กที่เพื่อนๆเรียกว่า ‘Little Corporal’ หรือ ‘จ่าจิ๋ว’ คนนี้ ก็อาศัยแรงปฏิวัติผลักตัวเองขึ้นเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
เมื่อเหตุการณ์ในฝรั่งเศสสงบราบคาบดีแล้ว ‘จ่าจิ๋ว’ ก็กลายเป็นแม่ทัพ และในที่สุดก็สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิผู้นำทหารฝรั่งเศสบุกตลุยตีจนนานาประเทศหวาดผวากันไปทั้งยุโรป
ในช่วง 10 ปีที่เขาครองบัลลังก์ (ค.ศ. 1804-1814) นโปเลียนทำให้ฝรั่งเศสยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ แต่ความหลงตัวของเขาก็ดึงให้ฝรั่งเศสตกต่ำอย่างที่สุดเช่นกัน
ชีวิตที่เริ่มต้นจากเกาะเล็กๆ ของจอมทัพนโปเลียน จบลงบนเกาะเล็กๆ ชื่อเซนต์ เฮเลนา ที่อังกฤษเนรเทศให้เขาไปอยู่กับความขมขื่นจนวันตาย