เนลสัน มันเดลา
Nelson (Rolihlahla) Mandela
ค.ศ. 1918-2013
พ.ศ. 2461-2556
ประธานาธิบดีในระบอบประชาธิปไตยคนแรกแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี พ.ศ. 2536
เขาเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการแบ่งผิว การเหยียดผิว และการปฏิบัติแบบสองมาตรฐานระหว่างคนผิวขาวและคนผิวดำ ทั้งในทางชีวิตความเป็นอยู่ และทางด้านกฎหมาย
ในวัยหนุ่ม เมื่อการต่อสู้อย่างสันติอหิงสาไม่ได้ผล เขากลายเป็นผู้นำกลุ่มต่อสู้ติดอาวุธ และถูกชนชั้นปกครองหมายหัวในฐานะ ‘ผู้ก่อการร้าย’
การถูกจองจำเป็นเวลาถึง 27 ปีของมันเดลา กลายเป็นกรณีตัวอย่างของความอยุติธรรมระหว่างชนชั้นและสีผิว
เมื่อได้รับอิสรภาพ เขานำแอฟริกาใต้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยนโยบาย ‘สมานไมตรี’ และก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น
ทุกวันนี้ ไม่เฉพาะแอฟริกา แต่ทั้งโลกถือว่าเนลสัน มันเดลาเป็นหนึ่งในรัฐบุรุษทรงคุณธรรมผู้ต่อสู้เพื่อมวลชนอย่างแท้จริง
วันเยาว์…
เด็กชายที่ถูกท่านบิดาตั้งชื่อให้ว่า Rolihlahla เกิดหมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองหลวงของทรานคีย์ แอฟริกาใต้
ชื่อ ‘โรลีห์ลาห์ลา’ แปลตรงๆว่าดึงกิ่งไม้จากต้น แต่เป็นสำนวนในภาษาคโฮซา ซึ่งแปลว่า ‘เจ้าตัวยุ่ง’
ปู่ของเขาซึ่งมีนามว่า ‘มันเดลา’ เป็นหนึ่งในโอรสหลายองค์ของผู้ครองแคว้นหรือกษัตริย์แห่งชาวแทมบู ซึ่งเป็นหนึ่งในราชวงศ์ของแอฟริกาใต้
นามสกุลที่ครอบครัวของเขาใช้ ได้มาจากชื่อ ‘มันเดลา’ ของปู่นี่เอง
บิดาของโรลีห์ลาห์ลาเป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์และยังมีตำแหน่งเป็นผู้ปกครองดูแลหมู่บ้านบางแห่ง
เมื่อแอฟริกาใต้ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่ง บิดาต้องเสียตำแหน่งไป เพราะแข็งขืน ไม่ยอมทำตามคำสั่งไร้ความยุติธรรมของชนผิวขาว ทำให้ีชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวลำบากขึ้นมาก
โรลีห์ลาห์ลาซึ่งอายุเพียงสี่ขวบต้องย้ายตามมารดากลับไปอยู่กับครอบครัวของตายายอีกหมู่บ้านหนึ่ง
ชีวิตในแอฟริกาหรือ ‘กาฬทวีป’ เมื่อเกือบร้อยปีมาแล้ว ยังห่างไกลความเจริญยิ่งนัก ทุกชีวิตต้องช่วยเหลือกันในการดำรงชีพ
ผู้ชายในหมู่บ้านของมารดาต้องไปหากินในแถบถิ่นอื่นครั้งละหลายๆ เดือน จะกลับมาก็เฉพาะช่วงที่ต้องไถไร่นา ไถเสร็จก็จากไป เป็นหน้าที่ของผู้หญิงและเด็กต้องช่วยตัวเอง ทั้งการหว่านพืชผล เก็บเกี่ยว รวมทั้งตักน้ำมาใช้ในหมู่บ้าน
เมื่ออายุเพียงไม่กี่ขวบ โรลีห์ลาห์ลาก็มีหน้าที่ต้องช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนกับเด็กในแอฟริกาทั่วๆ ไป
ระหว่างที่ดูแลฝูงแกะ เขากับเพื่อนๆ จะขุดโคลนขึ้นมาปั้นสัตว์ต่างๆ เก็บกิ่งไม้ ใบไม้มาทำของเล่น คล้ายๆ กันกับที่เด็กไทยครั้งเก่าก่อนเคยทำปี่จากไส้กลางของหญ้า หรือทำม้าจากก้านกล้วย
แม้จะไม่ชอบฝรั่งในหลายกรณี แต่บิดาของโรลีห์ลาห์ลาก็มองการณ์ไกล เห็นว่าการศึกษาตามแบบแผนใหม่มีความจำเป็น เพื่อที่ชาวแอฟริกันจะทันโลกในทุกๆ ด้าน โรลีห์ลาห์ลาจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปเรียนในโรงเรียนของพวกคริสเตียนได้
วันแรกที่เข้าเรียน ครูตั้งชื่อฝรั่งให้แก่เขาว่า ‘เนลสัน’ ซึ่งเขาจะใช้ไปตลอดชีวิต
โรลีห์ลาห์ลาเป็นคนแรกของตระกูลที่ได้รับการศึกษาตามแบบแผนของตะวันตก ความปัญญาดีบวกกับความขยันทำให้เขาเป็นนักเรียนแนวหน้า
เมื่อโรลีห์ลาห์ลาอายุได้เพียงเก้าขวบ บิดาก็เสียชีวิตลง ทางราชสำนักของกษัตริย์จองกินตาบา รับเขาไปจากแม่ เพื่อไปเลี้ยงดูร่วมกับโอรสและธิดา
บิดาของโรลีห์ลาห์ลา เคยมีส่วนช่วยสนับสนุนให้จองกินตาบาขึ้นเป็นกษัตริย์ ท่านผู้นำแห่งแทมบูองค์นี้จึงถือว่าเป็นบุญคุณที่ต้องตอบแทน
ท่านเนลสัน มันเดลาเล่าในภายหลังว่า โรลีห์ลาห์ลาโชคดีที่ได้รับเมตตาจากกษัตริย์จองกินตาบา เขาถูกเลี้ยงดูไม่ต่างกันกับโอรสธิดาแท้ๆ ได้ไปโรงเรียนฝรั่ง ได้ศึกษาหาความรู้ในขณะที่เยาวชนในแอฟริกาส่วนใหญ่ยังไม่มีโอกาส
และที่วังของกษัตริย์จองกินตาบานี่เอง ที่เขาได้เห็นการประชุมทางการเมืองเป็นประจำ ได้ฟังความคิดเห็น และปัญหาต่างๆ ของชาวแอฟริกันที่อยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์ ได้เห็นความเป็นประชาธิปไตยแท้ๆ ของคนพื้นเมือง เพราะไม่ว่าจะเป็นนักรบ หมอพื้นบ้าน ชาวไร่ ชาวนา หรือกรรมกร ก็มีสิทธิที่จะออกเสียงหรือออกความเห็นได้เท่ากัน
ความคิดความเห็นที่ได้ยินเขาได้ยินได้ฟังอยู่หลายปี สะสมกันเป็นรากฐานแห่งความเข้าใจในสิทธิและความต้องการของประชาชน รวมไปถึงการร่วมมือกันแก้ปัญหา
เมื่อโรลีห์ลาห์ลาอายุได้ 16 ปี เขาก็เข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวตามประเพณีของชาวแอฟริกัน
เขาต้องเข้าสู่พิธีศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งรวมไปถึงการขริบอวัยวะก่อนจะนำส่วนที่ขริบออกไปฝัง เป็นสัญลักษณ์ว่าความเป็นเด็กถูกฝังไปแล้ว และบัดนี้ได้ก้าวสู่ความเป็นชายฉกรรจ์อย่างสมบูรณ์
ในช่วงที่เขาเริ่มเป็นหนุ่มนี่เองที่โรลีห์ลาห์ลาได้เรียนเรื่องราวการต่อสู้ของท่านมหาตมะคานธี
เริ่มจากการที่ท่านต่อต้านระบบสองมาตรฐานของฝรั่งในแอฟริกา เรียกร้องให้คนผิวดำและผิวสีมีสิทธิเท่าเทียมกับคนผิวขาว เรียกร้องให้ขบวนการยุติธรรมยุติความไม่เป็นธรรม
รวมไปถึงการต่อสู้อันอาจหาญของท่านมหาตมะในอินเดีย การใช้หลักอหิงสาที่เปรียบประดุจไม้ซีกอ่อนโอน เข้างัดกับไม้ซุงมหึมาอย่างสหราชอาณาจักรอังกฤษ
ไม่ระย่อ ไม่ท้อถอย ไม่หมดกำลังใจ ไม่ว่าการต่อสู้จะดูเป็นรองสักเท่าใด
สมัยที่โรลีห์ลาห์ลายังอยู่ชั้นมัธยม ชัยชนะของท่านมหาตมะยังอยู่อีกไกลนัก ถึงกระนั้นวิถีทางต่อสู้ของท่านก็ยังมีอิทธิพลในจิตใจของเขาเป็นอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่เห็นรอบตัวทำให้รู้สึกถึงความเป็น ‘เจ้านายเหนือหัว’ ของฝรั่งอยู่ตลอดเวลา
เมื่อผ่านการศึกษาระดับปริญญาตรีปีแรก โรลีห์ลาห์ลาหรือเนลสันก็เริ่มเข้าสู่การต่อสู้เพื่อความทัดเทียม และต้านกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรม
เขาเริ่มจากการแข็งขืนไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่กษัตริย์จองกินตาบาเลือกสรรให้ ยอมหนีไปหางานทำและส่งตัวเองเรียนหนังสือ
เมื่ออยู่มหาวิทยาลัย เขาเข้าร่วมในสภานักศึกษา เดินขบวนต่อต้านกฎระเบียบที่ขาดความยุติธรรมของมหาวิทยาลัยจนถูกไล่ออก
แต่เขาก็มุ่งหน้าเรียนกฎหมายต่อ โดยเรียนหลักสูตรทางไกลจนสำเร็จ สามารถเปิดสำนักงานทนายความ เพื่อช่วยเหลือชาวแอฟริกันด้อยโอกาส
คล้ายคลึงกันกับที่มหาตมะคานธี ยอดคนในหัวใจของเขาเคยทำไว้
ผลงานของมหาบุรุษคนหนึ่ง สามารถหยั่งรากในหัวใจของเด็กหนุ่ม และช่วยให้ ‘เจ้าตัวยุ่ง’ เติบใหญ่ขึ้นเป็นรัฐบุรุษของโลก
เนลสัน โรลีห์ลาห์ลา มันเดลา เป็นรัฐบุรุษจากอิทธิพลผลงานของมหาตมะคานธี
วันข้างหน้าโลกก็อาจจะได้เห็นรัฐบุรุษรุ่นใหม่ เติบใหญ่เพราะอิทธิพลผลงานของเนลสัน โรลีห์ลาห์ลา มันเดลาเช่นกัน