ริชาร์ด รอดเจอร์ส

Richard Rodgers

ค.ศ. 1902–1979
พ.ศ. 2445–2522

นักประพันธ์เพลงชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นมือหนึ่งในวงการละครเพลงในศตวรรษที่ 20 ทำนองเพลงจากละครเพลงและภาพยนตร์ซึ่งเป็นที่นิยมสูง เช่น The King and I (แอนนาและพระเจ้ากรุงสยาม) South Pacific (มนต์รักทะเลใต้) The Sound of Music (มนต์รักเพลงสวรรค์) ล้วนเป็นส่วนหนึ่งจากผลงานของเขาทั้งสิ้น

ในวัยเด็ก…

ใครๆ เรียกเขาว่า ‘ดิ๊กกี้’ เพราะเป็นชื่อเล่นของ Richard

หนูน้อยดิ๊กกี้เกิดมาในครอบครัวเชื้อสายยิวกรุงนิวยอร์ก ซึ่งมีฐานะดีและรักดนตรีทั้งครอบครัว

สิ่งที่พ่อแม่ของดิ๊กกี้ชอบที่สุด คือการดูละครเพลง ไม่ดูละครเฉยๆ แต่ซื้อโน้ตกลับมาร้องเล่นที่บ้าน เพราะเป็นวิธีง่ายที่สุดที่จะหาความบันเทิงของคนรุ่นพ่อของคุณทวดในสมัยร้อยกว่าปีมาแล้ว เนื่องจากยังไม่มีทั้งวิทยุ และโทรทัศน์ มิหนำซ้ำเครื่องเล่นแผ่นเสียงยังคุณภาพต่ำเหมือนฟังผ่านกระดาษทราย

หากเป็นสมัยใหม่ พ่อแม่ของหนูดิ๊กคงเป็นพวกชอบร้องคาราโอเกะ แต่ในเมื่อเป็นเวลาร้อยกว่าปีมาแล้ว แม่จึงต้องเล่นเปียโนเอง โดยมีพ่อซึ่งเป็นนายแพทย์ที่มีโน้ตดนตรีในหัวใจ สมัครเป็นนักร้องประจำวง มีลูกๆ เป็นกลุ่มเสียงประสานและผู้ฟังเสร็จในตัว

ฟังจนซึมเข้าไปในสายเลือด

หนูดิ๊กได้ยินเพลงที่พ่อแม่ร้องให้ฟังมาตั้งแต่เกิด พอโตขึ้นนิด พูดยังไม่ทันชัดดี เขาก็ร้องเพลงจากละครเหล่านั้นได้หมด แถมยังใช้นิ้วกระจิริดพยายามเคาะเปียโนทำท่าเลียนแบบแม่ด้วย อายุแค่ 3-4 ขวบเขาก็กดคีย์เปียโนออกมาเป็นทำนองเพลงได้อย่างถูกต้อง

เอ๊ะ…ท่าดี

แม่เลยรีบสอนเปียโนให้

แต่ไปเจอ… ทีเหลวเข้าปังใหญ่ เพราะหนูดิ๊กไม่ยอมเรียน ก็เล่นได้เป็นเพลงแล้วจะมายอมซ้อม โด เร มี ฟา ให้ฟาติกอยู่ทำไมอีก (fatigue = เหนื่อยล้า) แม่จึงยอมแพ้ ต้องปล่อยให้เล่นไปตามธรรมชาติ

หนูดิ๊กชอบมาก เพราะเล่นแล้วพวกผู้ใหญ่ชื่นชม รุมกันปลื้ม รุมกันอุ้ม เจ้าหนูน้อยลงความเห็นแต่เนิ่นๆ เลยว่า จะต้องเอาดีทางนี้ เพราะชอบความสนใจที่ได้รับและผลพลอยได้อื่นๆ เช่น ขนมและของขวัญ

เมื่อเข้าโรงเรียน ดิ๊กกี้ไม่ต้องขยันเรียนมากนักครูก็รัก เพราะความที่เล่นดนตรีเก่ง ครูยกให้เป็นนักดนตรีประจำชั้นตั้งแต่ยังอยู่อนุบาล

โตมาอีกนิดก็กลายเป็นนักดนตรีประจำโรงเรียน เล่นเปียโนให้เพื่อนๆ ร้องเพลง ตั้งแต่เพลงชาติไปจนถึงเพลงอื่นๆ ตามแต่ครูจะสั่ง

แค่เก้าขวบดิ๊กกี้ก็มักใหญ่ใฝ่สูงขนาดริแต่งเพลงเอง แล้วก็แต่งได้ดีจนผู้ใหญ่ทั้งหลายแปลกใจ แต่งไปทั้งๆ ที่อ่านโน้ตไม่ออกสักตัวนั่นแหละ

ถึงตอนนี้พ่อแม่เห็นว่าปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว ต้องให้เรียนดนตรีจริงจังเสียที คราวนี้ดิ๊กกี้เลยยอมเรียน ไม่ได้ซังกะตายเรียน แต่ทุ่มเต็มตัว ให้ความสนใจและขยันหมั่นซ้อมทั้งเพลงคลาสสิกและเพลงจากละคร ซึ่งเขาชอบเท่าๆ กัน

ระหว่างนั้นก็ติดตามพ่อแม่ไปดูละครทุกเรื่อง เพราะโชคดีเกิดมาในกรุงนิวยอร์ก ซึ่งเป็นมหานครแห่งละครไม่น้อยหน้าไปกว่าลอนดอน

บ้านที่ดิ๊กกี้เกิดไม่ห่างไกลจากโรงละครต่างๆ สักกี่มากน้อย ราวกับพระเจ้าจับวางไว้ให้เพื่อความสะดวกและลดเวลาเดินทางเสาะแสวงหาความยิ่งใหญ่ในโลกดนตรี

เมื่ออายุได้ 14 ดิ๊กกี้หรือหนุ่มน้อยริชาร์ดผู้ซึ่งยังนุ่งกางเกงขาสั้นอยู่ ก็ตามพี่ชายไปดูละครเพลงที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งอยู่ในนิวยอร์กนั่นเอง

ในอเมริกาจะมีคนคอยจับตาดูละครและละครเพลงของนักศึกษามหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงต่างๆ เพราะมักจะแปลกและน่าสนใจ ด้วยฝีมือของคลื่นลูกใหม่ที่มีปัญญา ความสามารถในการแสดง และพลังในการทำงาน อย่าง

Triangle Show ที่มหาวิทยาลัยพรินซตัน
Hasty Pudding Show ที่ฮาร์วาร์ด
และ Varsity Show ของโคลัมเบีย

หนุ่มริชาร์ดหวังไว้ว่าหลังจากจบมัธยม จะได้ไปเขียนเพลงเพื่อใช้ในละครวาร์ซิตี้ โชว์ ของโคลัมเบีย

ความเป็นอัจฉริยะของริชาร์ดวูบวาบจับตาอาจารย์ที่โคลัมเบียตั้งแต่ต้น จึงกระวีกระวาดอ้าแขนรับเขาตั้งแต่ยังไม่จบมัธยมดีด้วยซ้ำ

ความฝันของริชาร์ดจึงเป็นจริงได้โดยไม่เสียเหงื่อ เขาได้เขียนเพลงให้ วาร์ซิตี้ โชว์ ร่วมกับรุ่นพี่ที่ชื่อ ออสการ์ แฮมเมอร์สไตน์ และ ลอเรนซ์ ฮาร์ท เพียงแต่ในตอนนั้นริชาร์ดไม่รู้เลยว่าสองคนนี้จะได้ประพันธ์เพลงร่วมกับเขาไปจนวันตาย

งานนี้ผู้ที่ผิดหวังเป็นมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เพราะริชาร์ดไม่รอช้าให้เรียนจบ อยู่เพียงสองปีก็โดดออกไปเขียนเพลงประกอบละครที่บรอดเวย์ เพราะนั่นเป็นฝันขั้นต่อไป

ในประวัติศาสตร์วงการละครบรอดเวย์ ไม่เคยมีนักแต่งเพลงคนไหนทำได้เมื่ออายุเพียง 17 ปีเท่าริชาร์ด รอดเจอร์ส

เขาเติบใหญ่ขึ้นเป็นราชาบรอดเวย์

กลางศตวรรษที่ 20 ในยุคที่ละครเพลงกำลังรุ่งโรจน์ บางครั้งมีละครของเขาเล่นอยู่สี่ซ้าห้าโรงบนถนนเดียวกัน แล้วก็ฮิตทุกเรื่องเสียด้วย

ริชาร์ด รอดเจอร์ส เหมือนตัวไหม เกิดมาพร้อมกับหน้าที่เฉพาะ เหมือนรู้มาแต่อ้อนแต่ออกว่าต้องเป็นอะไร… ต้องทำอะไร เริ่มโรยเส้นสายไหมดนตรีออกมาไม่ขาดสายตั้งแต่ยังเป็นดักแด้ ไปหยุดเมื่อวันที่วิญญาณกลายเป็นผีเสื้อบินจากไปใน ปี ค.ศ. 1979