ฌอน คอนเนอรี่
Sean Connery
ค.ศ. 1930-2020
พ.ศ. 2473-2563
ผู้สวมบทสายลับมาดหรู ‘เจมส์ บอนด์’ คนแรกในภาพยนตร์ เป็น ‘เจ้าเก่า’ ที่ผู้ชมทั่วโลกยอมรับว่าไม่มีนักแสดงคนใดเหมาะกับบทนี้เท่าเขาอีกแล้ว
ฌอนมาจากครอบครัวกรรมกรชาวสก็อต มีการศึกษาน้อย ทำงานต่ำต้อยมามากมาย ก่อนจะเข้าสู่วงการแสดงทั้งละครเวที ละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์
หลังจากโด่งดังด้วยบทเจมส์ บอนด์ตั้งแต่ยุค 60 เขามีงานแสดงไม่เคยขาดสายด้วยมาดและความสามารถประกอบกันไป ใน ค.ศ. 1988 เขาได้รับรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง The Untouchables และได้รับพระราชทานยศเป็นท่านเซอร์แห่งอังกฤษในปี ค.ศ. 2000
เซอร์ฌอนยังคงแสดงภาพยนตร์อยู่แม้จะอยู่ในวัยกว่า 70 ปีแล้ว
วันเยาว์…
ใครๆ เรียกเขาว่า Big Tom เพราะตัวใหญ่เกินอายุมาตั้งแต่ต้น
ที่เรียกกันว่าบิ๊กทอม เพราะเขามีชื่อจริงตามปู่ซึ่งเป็นชาวไอริชว่า Thomas ไม่ใช่ชื่อ Sean อย่างที่แฟนภาพยนตร์รู้จักกัน
พ่อโจเซฟของบิ๊กทอมเป็นกรรมกรโรงงานผลิตสินค้าที่ทำจากยางในฟาวเทนบริดจ์ เมืองอุตสาหกรรมที่คลั่กไปด้วยโรงงาน และอากาศเสียจากปล่องควัน จนมีชื่อเล่นว่า Auld Reekie หรือ Old Smoke เหมือนกันกับที่คนเคยเรียกเอดินเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสก็อตแลนด์มาก่อนหน้านั้น
บิ๊กทอมเป็นลูกคนแรกของพ่อแม่ เมื่อตอนที่เขาเกิด พ่อเพิ่งถูกลดเงินเพราะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ทำให้ครอบครัวที่ยากจนอยู่แล้วชักหน้าไม่ค่อยจะถึงหลัง แม่อิฟฟี่จึงใช้ลิ้นชักเก็บเสื้อผ้าชั้นล่างสุดแทนเปลให้ทอมนอน แบบเดียวกับเด็กยากจนในเมืองหนาวทั่วไป เพราะสะดวกดี ไม่เปลืองเงิน ไม่เปลืองที่ แถมยังอุ่นอีกด้วย
ครอบครัวคอนเนอร์รี่อาศัยอยู่ในแฟลตโทรมๆ เหมือนกับพวกคนงานทั้งหลาย อาหารส่วนใหญ่คือมันฝรั่ง ขนมปังเลวๆ และข้าวโอ๊ต จะมีโอกาสได้กินเนื้อสัตว์แค่นานๆ ครั้งเพราะแพงเกินฐานะ
เมื่อบิ๊กทอมโตขึ้นมาหน่อย เขาเล่นอยู่แต่บริเวณโรงงาน ไม่เคยได้ไปไหนมากนักเพราะพ่อแม่ไม่มีเงินจ่ายค่ารถโดยสาร
ฌอน คอนเนอร์รี่เคยให้สัมภาษณ์ว่า ในสมัยเป็นเด็ก เขาไม่รู้สึกอะไรกับความจน เพราะใครๆ ในเมืองฟาวเทนบริดจ์ก็อัตคัตพอๆ กันทั้งนั้น แต่เบื่อเรื่องที่พ่อแม่ต้องหมกมุ่นอยู่กับ ‘ทุกบาททุกสตางค์’ เพราะหากไม่ระวังแล้วก็จะไม่มีพอกิน
ถึงจะไม่ค่อยพอกิน บิ๊กทอมก็โตเอาๆ แถมยังมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วยอย่างเด็กคนอื่นๆ ที่อาศัยในแถบเดียวกัน
พอถึงวัย บิ๊กทอมเข้าโรงเรียนของรัฐ เขาไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือ แต่ก็ไม่หนีเรียนเพราะเกรงใจแม่ซึ่งเขารักมาก
โรงเรียนของบิ๊กทอมสอนแผนโบราณเหมือนกับโรงเรียนในสหราชอาณาจักรอังกฤษทั่วๆ ไป ฌอน คอนเนอร์รี่เคยเล่าว่า ครูจะถือพจนานุกรมเล่มเบ้อเริ่มไว้ในมือ เด็กคนไหนสะกดคำผิด จะถูกครูเอาพจนานุกรมฟาดแรงๆ ราวกับว่าทำอย่างนั้นแล้ว บรรดาคำต่างๆ จะกระเด็นออกมาติดสมอง
ตอนบิ๊กทอมอายุได้แปดขวบ แม่มีลูกอีกคนหนึ่ง ทำให้ฐานะของครอบครัวแย่ลงอีก
โดยไม่ปรึกษาพ่อแม่ วันหนึ่งเมื่อเดินกลับจากโรงเรียน บิ๊กทอมก็แวะเข้าร้านชำเพื่อของานทำ เจ้าของร้านซึ่งคุ้นเคยกับเด็กชายคนนี้ดี ก็ให้งานทำด้วยความสงสาร อีกเหตุผลหนึ่งคือบิ๊กทอมเป็นเด็กตัวโตคงจะทำงานหนักได้ไม่แพ้ผู้ใหญ่
เจ้าหนูทำงานเล็กงานน้อยในร้านชำหลังโรงเรียนอย่างขยันขันแข็ง แถมยังมีหน้าที่พิเศษวิ่งส่งของตามที่ต่างๆ เวลาเจ้าของร้านจ่ายค่าจ้าง บิ๊กทอมจะนำไปให้แม่ทั้งหมดเพื่อช่วยค่าเช่าบ้าน แต่แม่จะแบ่งเก็บใส่ออมสินเอาไว้ให้ทอมด้วย
เมื่ออายุได้ 14 บิ๊กทอมเริ่มเรียนมัธยมแผนกวิชาชีพ ซึ่งเป็นที่สำหรับเด็กยากจนแถมยังเรียนไม่ดี
ช่วงนี้เองเขาเริ่มรับงานขับรถม้าส่งนมตามบ้านต่างๆ ในตอนเช้า เป็นงานที่ทอมชอบมาก เพราะเขาเป็นคนรักม้า จึงดูแลเจ้าม้าลากรถอย่างดีที่สุด
นอกจากจะรักม้า ทอมยังรักการเล่นฟุตบอลอย่างหนักด้วย แต่วันเวลาแห่งความสุขจริงๆ ของบิ๊กทอมและน้องชาย คือได้ไปเยี่ยมตายายที่ฟาร์ม ได้เห็นท้องฟ้าใสสะอาด ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้วิ่งเล่นริมลำธาร ได้ตกปลามาเป็นอาหาร ได้กินหมูเค็ม แม้กระทั่งเนื้อวัวในบางครั้ง รวมทั้งได้กินไข่อย่างไม่อั้นด้วย ทุกอย่างนี้ล้วนเป็นความฝันของเด็กยากจนจากเมืองอุตสาหกรรมทั้งสิ้น
ขนมเค็กก็เป็นฝันอีกอย่างหนึ่งของบิ๊กทอมและน้อง เพราะในบ้านที่อาหารธรรมดายังมีจำกัด ขนมหวานย่อมอยู่ไกลสุดเอื้อม
เมื่ออายุได้ 17 บิ๊กทอมก็สมัครเข้าเป็นพลทหารเรือ แต่อยู่ได้ไม่นานก็ถูกปลดเพราะโรคแผลในกระเพาะ
บิ๊กทอมเริ่มต้นหางานใหม่ทำ เขารับงานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะทำเฟอร์นิเจอร์ (รวมทั้งโลงศพ) ชกมวย เดินตั๋วในโรงหนัง ซึ่งทำให้ได้ดูหนังฟรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังคาวบอยซึ่งเขาชอบมาก
ว่ากันว่าหนังคาวบอยคลาสสิกเรื่อง Shane เป็นต้นเหตุให้บิ๊กทอมเลือกใช้ชื่อ ‘ฌอน’ ในการแสดงภาพยนตร์
อาชีพอดิเรกของเขาอีกอย่างหนึ่งคือ คือเป็นนายแบบให้โรงเรียนศิลปะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหนุ่มหล่อ-ล่ำซึ่งเป็นขวัญใจสาวๆ แถวบ้านมาตั้งแต่เพิ่งเข้าวัยรุ่น นอกจากนั้นยังมีการประกวดชายงาม อันเป็นทางทำให้เขาได้บทตัวประกอบในละครเวที และนำทางไปสู่การเป็นนักแสดงโทรทัศน์ และภาพยนตร์
ไม่ช้าไม่นาน อดีตลูกกรรมกรโรงงานคนนี้ก็มีโอกาสได้ไป ‘เพิ่มน้ำหนักและความแข็งแกร่ง’ ให้กับบทบาทหนุ่มสายลับสำอางที่ชื่อเจมส์ บอนด์ จนมีแฟนภาพยนตร์ไปรอบโลก
แม้จะเป็นดาราใหญ่ แต่คนที่รู้จักกันมาแต่เก่าก่อนล้วนรู้สึกว่า เขาคือบิ๊กทอมคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สมกับที่มีผู้กำกับหนังคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่า
“ในจำนวนดาราใหญ่ๆ ทั้งหมด นอกไปจากดาราสุนัข ‘แลซซี่’ แล้ว ก็มีฌอน คอนเนอรี่ นี่แหละ ที่ไม่ลืมตัว”