ไทเกอร์ วูดส์

Tiger Woods

(ชื่อจริง Eldrick Tont Woods)

ค.ศ. 1975-
พ.ศ. 2518-

อัจฉริยะทางกอล์ฟ เป็นหนึ่งในซุปเปอร์สตาร์ด้านกีฬาซึ่งมีผู้ชื่นชมในฝีมือและสไตล์การเล่นมากที่สุดในโลก

ไทเกอร์ วูดส์เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน และนับถือศาสนาพุทธ

พันโทเอิร์ล วูดส์ บิดาของเขาเป็นนายทหารอเมริกันดำ ซึ่งเคยอยู่หน่วยกรีนบาเรต์อันลือชื่อของกองทัพสหรัฐฯ ได้สมรสกับสุภาพสตรีไทยคุณกุลธิดา ปันสวัสดิ์ ในช่วงปลายของสงครามเวียดนาม

ไทเกอร์เป็นลูกคนเดียว บิดาหัดให้เล่นกอล์ฟมาตั้งแต่เด็ก และเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ไทเกอร์กลายเป็นนักกอล์ฟชื่อดัง ผู้มีชัยชนะในเกมกอล์ฟระดับโลกมาแล้วทุกรูปแบบนับตั้งแต่วัยเด็กเป็นต้นมา

วันเยาว์…

แม่ตั้งชื่อลูกชายซึ่งเกิดในวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2518 ว่า Eldrick โดยนำอักษรชื่อพ่อและแม่มาใช้

แต่พ่อเรียกเขาว่า ‘ไทเกอร์’ ตามฉายาของเพื่อนผู้กล้าหาญชาวเวียดนามใต้ ซึ่งเคยได้ร่วมรบและช่วยชีวิตพ่อไว้ถึงสองครั้ง

พ่อและไทเกอร์แห่งเวียดนามจากกันเมื่อกองทัพอเมริกันต้องล่าถอยหลังความปราชัย เมื่อพ่อพยายามหาไทเกอร์ในภายหลังก็ไม่พบ เข้าใจว่าเขาคงเสียชีวิตไปแล้วเมื่อกองทัพเวียดนามเหนือเข้ายึดครองประเทศได้

แม้ภรรยาจะตั้งชื่อลูกว่าเอลดริค แต่พันโทเอิร์ลก็ยังพอใจจะเรียกลูกชายด้วยฉายาของเพื่อนชาวเวียดนามอยู่ดี ทำให้ทุกคนเรียกเด็กชายน้อยคนนี้ว่าไทเกอร์ตามไปด้วย

ไทเกอร์เติบโตในแถบชนชั้นกลางออเรนจ์เคาน์ตี้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย พันโทเอิร์ลมีปัญหากับเพื่อนบ้านในช่วงแรก เพราะอเมริกันผิวขาวส่วนมากรังเกียจที่จะให้คนผิวดำมาอยู่ในแถบเดียวกัน ด้วยเหตุผลว่าจะทำให้บ้าน ‘ราคาตก’

ครอบครัววูดส์ถูกรบกวนด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้ย้ายไป แต่พันโทเอิร์ลผู้ผ่านสงครามมามากไม่สะดุ้งสะเทือน จนในที่สุดเพื่อนบ้านก็รามือไปเอง

หนึ่งปีก่อนที่ไทเกอร์จะเกิด พ่อเริ่มหัดเล่นกอล์ฟจากเพื่อนนายทหารผิวขาว

ในอดีต กอล์ฟเป็นกีฬาของคนผิวขาวผู้มีอันจะกินเท่านั้น คนดำในสหรัฐฯ เมื่อครั้งนั้นส่วนใหญ่มาจากครอบครัวรายได้น้อย จึงเกือบไม่มีโอกาสได้สัมผัสกีฬาชนิดนี้เลย

ในช่วงแรกพันโทเอิร์ลเล่นกอล์ฟอย่างเงอะงะ แพ้เพื่อนนายทหารผิวขาวอย่างไม่เป็นท่า แต่ก็ไม่หมดกำลังใจ กลับทำให้มีมานะฝึกซ้อม จนสามารถเอาชนะเพื่อนๆ ได้ภายในไม่กี่เดือน

นับแต่นั้นพันโทเอิร์ลก็ติดกอล์ฟเรื่อยมา แม้จะลาออกจากทหารแล้ว แต่เขาก็ยังมีสิทธิ์เล่นที่สนามของกองทัพ และยังฝึกซ้อมที่บ้านเป็นประจำ

เจ้าหนูน้อยไทเกอร์เริ่มสนใจดูพ่อซ้อมกอล์ฟตั้งแต่อายุไม่กี่เดือน

ไทเกอร์จ้องมองพ่อซ้อมกอล์ฟในโรงรถได้ครั้งละนานๆ โดยยังมีขวดนมคาอยู่ในปาก

บางครั้งไทเกอร์จ้องเป๋งโดยไม่สนใจกินข้าว จนโดนแม่บังคับว่า ต้องกินข้าวคำหนึ่งก่อนจึงจะให้ดูพ่อตีลูกกอล์ฟหนหนึ่ง กลายเป็นพ่อตีครั้งหนึ่ง-ลูกกินคำหนึ่ง สลับกันไปอย่างนี้

พ่อเห็นความสนใจของลูก จึงให้ไม้กอล์ฟที่ตัดสั้นพอดีกับส่วนสูงของไทเกอร์ ไม้อันนี้กลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเจ้าหนูตัวน้อยไปอย่างเร็ว

เมื่อไทเกอร์อายุได้เพียงเก้าเดือน เขายงโย่ยงหยกใช้ไม้ตัดสั้นที่ว่าตีลูกกอล์ฟเข้าเน็ตไป เล่นเอาพ่อตกใจ รีบตะโกนเรียกแม่มาดู แต่ทั้งพ่อและแม่ก็นึกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ครั้นเจ้าหนูน้อยก็ทำได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แถมยังตีแม่นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองจึงเริ่มเข้าใจว่าลูกคงมีพรสวรรค์ในทางนี้เป็นแน่

ไทเกอร์เองไม่ค่อยสนใจของเล่นอื่น นอกจากจะเฝ้าเวียนตีลูกกลมๆ เล่นอยู่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลูกกอล์ฟหรือลูกเทนนิส เขามีสมาธิเล่นได้ครั้งละนานๆ เป็นชั่วโมง ผิดกับเด็กวัยเดียวกันซึ่งยังมีสมาธิสั้นมาก

พ่อเริ่มพาลูกชายตัวน้อยไปเล่นที่สนามของทหารด้วยตั้งแต่ยังไม่สองขวบ ความเก่งของไทเกอร์ทำให้ทุกคนเอ็นดูเป็นพิเศษ เวลาไทเกอร์ตี พวกผู้ใหญ่ก็จะหัวเราะและชมเชยในความสามารถ

ไทเกอร์เหมือนกล้าไม้ต้นน้อย ไม่มีใครในก๊วนกอล์ฟของพ่อคิดไปไกลว่า วันหนึ่งเขาจะเติบโตขึ้นเป็นไม้ใหญ่แห่งวงการกอล์ฟ… ใหญ่ที่สุดตั้งแต่วงการกอล์ฟของโลกเคยมีมา

ไทเกอร์เป็นเด็กอเมริกันดำคนแรกๆ ที่มีโอกาสได้หัดกอล์ฟตั้งแต่อายุยังน้อย

คนส่วนใหญ่เชื่อว่า แม้คนผิวดำจะเล่นกีฬาอื่นๆ เช่นเบสบอลหรือบาสเกตบอลได้ดี แต่คงจะเล่นกอล์ฟได้ไม่ดีเพราะโครงสร้างของรูปร่างต่างจากคนขาว

แม้กระทั่งนักกอล์ฟมีชื่อเสียงอย่างแจ๊ค นิคคลอส เองก็เคยเชื่อผิดๆ อย่างนี้ จนเจ้าตัวต้องแก้ข่าวอีกหลายปีต่อมา หลังจากที่ไทเกอร์ วูดส์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความเชื่อนั้นไม่เป็นความจริง

เมื่อไทเกอร์อายุได้เพียงสองขวบ แม่เชิญให้นักข่าวกีฬาโทรทัศน์มาดูเขาลูกชาย

นักข่าวผู้นั้นให้ช่างบันทึกภาพเด็กน้อยตีกอล์ฟแล้วกลับไปรายงานว่า เด็กน้อยผู้นี้จะโตขึ้นนักกอล์ฟผู้ยิ่งใหญ่แน่นอน

นับแต่นั้นมาไทเกอร์ก็ได้ออกโชว์ในรายการต่างๆ เขามีความเป็นซูเปอร์สตาร์อยู่ในตัวตั้งแต่ต้น ไม่เคยมีอาการตื่นคนเลย แม้ว่าตัวยังเล็กจนต้องนั่งตักผู้ดำเนินรายการก็ตาม

ไทเกอร์ชนะแข่งขันกอล์ฟประเภทเยาวชนอายุต่ำกว่าสิบปี เมื่อมีอายุได้เพียงสองขวบ

ตอนไทเกอร์สามขวบ เขาถูกพิธีกรโทรทัศน์รายหนึ่งถามว่า ทำไมถึงตีกอล์ฟเก่งอย่างนี้

ไทเกอร์ตอบสั้นว่า “ฝึกฝน” (practice) แต่คนดูหัวเราะกันตรึม เพราะเจ้าตัวยังพูดคำว่า “แพรกติส” ได้ไม่ชัด

หนูน้อยไทเกอร์เต็มใจที่จะฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก เพราะรักกีฬานี้อย่างเต็มหัวใจ และต้องการที่จะเล่นให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

พ่อและแม่ไม่เคยบังคับให้ไทเกอร์ ฝึกฝน แต่ให้ลูกเล่นกอล์ฟเพราะสนุกมากกว่า พ่อย้ำเสมอว่า หากรู้สึกไม่สนุกเมื่อไรก็ให้เลิกเล่น

พันโทเอิร์ล วูดส์บิดาของไทเกอร์ต่างจากบรรดาพ่อแม่ที่หวังจะให้ลูกเป็นซูเปอร์สตาร์โดยสิ้นเชิง เขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องบังคับให้ลูกทำอะไรเพื่อชื่อเสียงหรือเงินทอง หรือเพื่อที่พ่อแม่เองจะได้ลำพองว่ามีลูกเหนือลูกคนอื่น

ความรักกอล์ฟของไทเกอร์ทำให้พ่อกับแม่เลี้ยงเขาด้วยความสบาย หากไทเกอร์มีเรื่องจะดื้อ เพียงแค่ขู่ว่าจะริบไม้กอล์ฟไม่ให้เล่น เจ้าหนูน้อยก็หายดื้อทันที

เวลาไทเกอร์ตั้งใจจะตีลูกกอล์ฟ เขาจะมีสมาธิแน่วแน่ แต่พ่อกลับแกล้งขยับกุญแจหรือทำเสียงดังต่างๆ เวลาลูกกำลังตั้งใจตี ไปๆ แล้วการทำอย่างนี้ของพ่อกลับช่วยให้ไทเกอร์มีสมาธิแน่วแน่มากขึ้น โดยไม่ให้สิ่งใดรอบข้างมารบกวนได้ และเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะติดตัวไทเกอร์ตลอดไป

ในการทำสมาธิระหว่างการเล่น ไทเกอร์ซึ่งยังเล็กก็จะวาดจินตนาการด้วยว่าจะให้ลูกกอล์ฟไปทางใด ราวกับจะเป็นการใช้จิตใจสั่งให้มันปฏิบัติตาม และนี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะติดตัวเขาไปจนโต พลังจิตของไทเกอร์เป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งในความสำเร็จของไทเกอร์

สนามของทหารที่ไทเกอร์และพ่อเล่นอยู่ มีความเหลื่อมล้ำในเรื่องกฎเกณฑ์ระหว่างผิวขาวและผิวดำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก แม่จึงต้องไปหาสนามอื่นให้ไทเกอร์ได้เล่น และพลอยทำให้ได้กอล์ฟโปรชื่อ Rudy Duran มาเป็นครูคนแรกของไทเกอร์ซึ่งเพิ่งมีอายุเพียงสี่ขวบด้วย

ครูรูดี้บอกว่า ไทเกอร์ในตอนนั้นเหมือนแจ๊ค นิคคลอสตัวเล็กๆ

ครูว่าไทเกอร์เป็นอัจฉริยะทางกอล์ฟ เหมือนที่โมสาร์ทเป็นอัจฉริยะทางดนตรี คล้ายกับว่าความสามารถมีติดตัวมาแต่กำเนิด

ในช่วงแรกครูให้ไทเกอร์ใช้ไม้เพียงสามอัน และไปให้ใช้ไม้ครบชุดเมื่ออายุได้ห้าขวบ เพียงแต่เป็นไม้ที่ตัดสั้นให้ได้ส่วนกับความสูงของเขาเท่านั้น

ไทเกอร์ชนะการแข่งขันบ่อยจนกลายเป็นดารา แต่พ่อไม่ยอมให้เขาหยิ่ง พ่อยกคนเก่งของวงการต่างๆ ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง และอธิบายให้ลูกชายฟังว่าคนเรามีความสามารถในด้านต่างๆ กัน ยังมีคนอีกมากนักที่เก่งในเรื่องอื่นๆ ที่ไทเกอร์ทำไม่ได้

วันแรกที่ไทเกอร์เข้าโรงเรียนอนุบาล เขาถูกเด็กผิวขาวสองสามคนจับมัดกับต้นไม้ แล้วเอาหินขว้าง แต่ก็ไม่ทำให้ไทเกอร์กลัวโรงเรียน เขากลับทำตัวสบายๆ และเข้ากับเพื่อนๆ ได้ในที่สุด

ไทเกอร์เป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น วิธีที่เด็กชายรับมือโรงเรียนและเพื่อนๆ ต่างผิว คล้ายคลึงกับที่พันโทเอิร์ลพ่อของเขารับกับพวกเพื่อนบ้านมาก่อนหน้าที่ไทเกอร์จะเกิด

ไม่นานครูก็พบว่าไทเกอร์เป็นเด็กฉลาดกว่าอายุ และแนะนำให้พาสชั้น แต่พ่อไม่ยอม เพราะอยากให้ลูกได้อยู่ในกลุ่มของเด็กวัยเดียวกัน เพราะเฉพาะการเล่นกอล์ฟไทเกอร์ก็ต้องเล่นกับคนที่โตกว่าอยู่พอแล้ว

ตอนอายุหกขวบ ไทเกอร์เคยแข่งกับนักกอล์ฟชั้นโปร เมื่อแพ้อย่างหวุดหวิด เจ้าหนูอารมณ์เสียจนร้องไห้ และงอแงไม่ยอมจับมือกับคู่แข่งขัน จนโดนแม่เอ็ดว่าไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา แม่สอนว่าน้ำใจนักกีฬานั้นต้องคงอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นยามชนะ—หรือยามแพ้

คำสอนของแม่ อาจเป็นเครื่องเตือนใจไทเกอร์มาแต่เด็กว่า การเป็นนักกีฬาที่ดีไม่ได้อยู่ที่ความเก่งอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ความงามสง่าของจิตใจด้วย

อีกครั้งหนึ่งเมื่อเขาเล่นแพ้ Sam Snead นักกอล์ฟมีชื่อเสียง แซมบอกว่าจะมอบลายเซ็นต์ให้เป็นที่ระลึก เจ้าหนูไทเกอร์ซึ่งตัวแค่เข็มขัดแซม ตอบว่าเขาก็จะให้ลายเซ็นต์ของเขาแก่แซมไว้เป็นที่ระลึกเหมือนกัน…

ราวกับรู้ว่าตัวเองจะกลายเป็นยอดนักกอล์ฟของโลกในวันข้างหน้า