พยงค์ มุกดา

ค.ศ. 1926-2010
พ.ศ. 2469-2553

เสาเอกแห่งวงการเพลงไทยผู้นี้มีเชื้อสายคนลุ่มน้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี

‘ครูพยงค์’ มาจากตระกูลยากจน ได้รับการศึกษาเพียงชั้นประถมปีที่สี่ แต่ด้วยใจรักและพรสวรรค์ทางดนตรี ทำให้สามารถสร้างสรรค์งานเพลงหลากแนวไว้กว่าพันเพลง มีทั้งประเภทลูกกรุง ลูกทุ่ง เพลงปลุกใจ เพลงมาร์ช รวมทั้งเพลงโฆษณาและเพลงแนวตลกเรียกรอยยิ้ม

นอกเหนือไปจากความไพเราะทางดนตรี ผลงานของครูพยงค์มีความประณีตทั้งถ้อยคำและฉันทลักษณ์ สอดแทรกคุณค่าทางความคิดและคุณธรรมไว้ให้แก่คนฟัง

ครูพยงค์ได้รับตำแหน่งศิลปินแห่งชาติสาขาการแสดง (เพลงลูกทุ่ง-เพลงไทยสากล) ในปี พ.ศ. 2534

ในวันเยาว์…

แม่ให้เด็กชายพยงค์ท่องจนคล่องปากว่า ตัวเขานั้นเกิด

“ปีขาล วันอังคาร เดือนหก แรมแปดค่ำ”

ซึ่งตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม 2469

แม่บอกด้วยว่าแม่คลอดเขาในเรือบรรทุกเสาของแม่ ซึ่งจอดอยู่ในแม่น้ำแม่กลอง ตำบลท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

เด็กชายพยงค์เป็นบุตรคนที่เก้า และเป็นลูกสุดท้องของแม่ เมื่อเขาเกิดได้ไม่นาน พ่อก็แยกทางจากแม่ไป มีพี่สองคนและพยงค์เท่านั้นที่อยู่กับแม่

‘แม่บุญ’ ของพยงค์ซึ่งเป็นผู้หญิงเข้มแข็งและสู้ชีวิต พาลูกทั้งเล็กใหญ่ลงเรือขนเสาจากราชบุรีไปขายที่กรุงเทพฯ เหมือนที่เคยทำเมื่อครั้งที่ยังอยู่กับพ่อ เรือบรรทุกเสามีความสำคัญต่อชีวิตครอบครัวมุกดามาก เพราะเป็นทั้งเครื่องมือหากินและที่อาศัย

ต่อมาเมื่อเกิดอุทกภัยใหญ่ เรือแตก ทั้งครอบครัวก็หมดตัว กลายเป็นคนไร้บ้านไปโดยปริยาย

เจ้าของร้านในกรุงเทพฯ ซึ่งเคยรับซื้อเสาจากแม่เป็นประจำ ช่วยโอบอุ้มให้แม่และลูกๆ ได้อาศัยอยู่

เด็กชายพยงค์เป็นที่เอ็นดูของใครๆ ในร้าน เพราะเป็นเด็กช่างพูด ช่างจำ และกล้าแสดงออก เมื่อใครบอกให้ร้องเพลงก็จะส่งเสียงแจ๋วๆ ร้องให้ฟัง ไม่มีเก้อเขิน จึงได้รางวัลเป็นสตางค์ไปซื้อขนมอยู่เสมอ

เมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียน แม่เลือกให้พยงค์อยู่ที่โรงเรียนเทศบาลวัดราชนัดดาราม ผ่านฟ้า ใกล้ๆ กันกับที่แม่มีแผงลอยขายของอยู่

วิชาโปรดของเด็กชายพยงค์คือวิชาขับร้อง เจ้าหนูจะจำเพลงได้แม่น ร้องดีจนครูมักให้เป็นต้นเสียงทุกครั้งที่โรงเรียนมีงาน ส่วนวิชาอื่นๆ ที่พยงค์ชอบคือบทเรียนวรรณคดี และเรียงความ ซึ่งเขาจะได้คะแนนดีเสมอ

เวลาว่างจากการเรียน พยงค์จะช่วยแม่ขายของ บางทีไปขายมะนาวแถวตลาดเก่า เยาวราช พักไหนแม่หาบขนมขาย เสียงแจ๋วของพยงค์มีประโยชน์มาก เพราะเขาจะร้องขายขนมได้น่าฟัง

เวลาพี่เอาขนมลงเรือพายไปขาย ชาวบ้านตั้งแต่คลองผดุงกรุงเกษมจนออกแม่น้ำเจ้าพระยา จะเห็นเด็กชายตัวน้อยช่วยพายหัวเรือ และร้องขายขนมเสียงดังฟังชัดกว่าใครๆ

พยงค์จบประถมสี่เมื่ออายุได้ 12 ปี และหมดโอกาสเรียนต่อ ต้องออกมาช่วยแม่และพี่ทำงาน ทั้งขายของอย่างที่ทำอยู่ประจำ บางครั้งก็ไปเป็นคนงานก่อสร้างกับพี่สาว หรือทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งครูพยงค์เขียนไว้เองในภายหลังว่าเป็นงาน “สุดหฤโหด”

ระยะนี้เองที่พยงค์เริ่มคลั่งไคล้การประกวดร้องเพลง ได้ยินข่าวว่าเขามีกันที่ไหน ถึงไม่มีค่ารถ พยงค์ก็จะเดินเท้าเป็นกิโลๆ เพื่อไปดูและร่วมแข่งขันกับเขาด้วย แต่ก็ไม่เคยชนะสักครั้ง

เมื่ออายุเพียง 15 พยงค์อาจหาญถึงกับแต่งเพลงไปร้องประกวดเอง

แม้เขาจะแพ้ตามเคย แต่เพลง ‘ชายรูปชั่ว’ ที่เขาแต่งกลับถูกหูผู้ที่ได้ยิน ถึงกับมีคนนำไปร้องแข่งขัน แถมยังได้รางวัลเสียด้วย

หนุ่มน้อยอายุ 15 ใช้เหตุการณ์นี้และเพลง ‘ชายรูปชั่ว’ เป็นประดุจปริญญาบัตรไปสมัครงานกับบริษัทละครนิยมไทย และได้งานเป็นผู้แต่งเพลงประจำคณะทันที

จากวันนั้นพยงค์ มุกดาจะก้าวไปบนถนนสายดนตรี ไปสู่ความเป็นศิลปินแห่งชาติในอีก 50 ปีข้างหน้า

ด้วยปริญญาบัตรอีกนับพันใบที่เขาเขียนด้วยมือตนเอง และมีหัวใจของคนฟังรอบประเทศไทยประทับตรารับรอง

โดยมี ‘แม่บุญ’ ของเขา ติดตามดูแลทุกข์สุขลูกคนเล็กสุดที่รักไม่เคยคลาดคลา ไปจนวันสุดท้ายของชีวิตแม่